วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 14:24 น.

ภูมิภาค

เร่งกระจายทุเรียนใต้! กรมการค้าภายในใช้ตลาดมรกตดันส่งออก เป้า 300,000 ตัน

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.20 น.

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ และตรวจเยี่ยมการซื้อขายทั้งตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ ณ ตลาดมรกต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเร่งเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ตามแผนระยะเร่งด่วนในการบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนใต้เป้าหมาย 300,000 ตัน

นายวิทยากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดแล้วมากกว่าร้อยละ 50 ของฤดูกาล โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรออกสู่ตลาดแล้วกว่าร้อยละ 70 หรือประมาณ 243,000 ตัน กรมการค้าภายในจึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การซื้อขายและการกระจายผลผลิตผ่านตลาดมรกต ซึ่งถือเป็นตลาดหน้าด่านสำคัญของผลไม้ในเขตภาคใต้ โดยเฉพาะทุเรียน

 

 

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่พบว่า ยังมีความเสี่ยงทางด้านราคาทุเรียน จึงได้หารือร่วมกับผู้บริหารตลาดและผู้ประกอบการ เพื่อกำหนด 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่


    1    บริหารจัดการและแก้ปัญหาโลจิสติกส์: เร่งประสานกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานในพื้นที่ กำกับดูแลการขนส่งให้เป็นไปตามข้อตกลง GMS CBTA อย่างเคร่งครัด พร้อมดึงรถบรรทุกไทยและผู้ซื้อต่างประเทศเข้ามารับซื้อต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาคอขวดและป้องกันผลผลิตกระจุกตัว
    2    รักษาคุณภาพมาตรฐาน: เน้นย้ำการคัดเกรด ตัดทุเรียนแก่ตามเกณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อและรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนไทย
    3    ส่งเสริมการแปรรูป: สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการนำทุเรียนไปแปรรูปเป็นทุเรียนทอดหรือทุเรียนกวน เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินและเพิ่มมูลค่า
    4    เร่งประชาสัมพันธ์: ดึงผู้ซื้อเข้ามารับซื้อผลผลิตที่ตลาดมรกตอย่างต่อเนื่อง

 

 

ด้าน นายธเนศ สร้างถาวร ผู้จัดการตลาดมรกต กล่าวว่า ตลาดมรกตมีความพร้อมรองรับผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่จะทยอยออกสู่ตลาด โดยหลังจากทุเรียนภาคตะวันออกหมดฤดูกาล ทุเรียนจากทุกแหล่งผลิตโดยเฉพาะภาคใต้ ได้ทยอยเข้าสู่ตลาดมรกตเพื่อคัดแยกคุณภาพและกระจายสู่ตลาดปลายทาง ทั้งภายในประเทศและตลาดส่งออก

ขณะที่ผู้ประกอบการแผงค้าในตลาดมรกต ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนยังคงนิยมทุเรียนไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทองที่ได้รับความเชื่อมั่นเรื่องรสชาติ ส่วนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษจัดเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมสำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง แม้ปัจจุบันจะมีคู่แข่งจากประเทศอื่นมากขึ้น แต่หากเปรียบเทียบราคาและคุณภาพในระดับใกล้เคียงกัน ผู้นำเข้าชาวจีนยังคงเลือกซื้อทุเรียนไทยเป็นอันดับแรก

 

 

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดมรกตถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายผลผลิต มีทุเรียนหมุนเวียนเฉลี่ยวันละประมาณ 5,000 ตัน แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศร้อยละ 20 และส่งออกร้อยละ 80 คาดว่าช่วงผลผลิตออกสูงสุดระหว่างกลางเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม จะมีทุเรียนผ่านตลาดเพิ่มเป็นวันละกว่า 10,000 ตัน และศักยภาพของตลาดจะสามารถรองรับและกระจายผลผลิตได้รวม 200,000–300,000 ตัน ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาอย่างใกล้ชิด โดย ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ราคาทุเรียนหมอนทอง เกรด AB รับซื้ออยู่ที่ 85–110 บาทต่อกิโลกรัม เกรด C อยู่ที่ 60–80 บาทต่อกิโลกรัม และ เกรด D อยู่ที่ 45–55 บาทต่อกิโลกรัม

นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากการใช้กลไกตลาดกลางแล้ว กรมการค้าภายในยังเดินหน้ามาตรการคู่ขนาน ทั้งการขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ สนับสนุนบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร และจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคทุเรียนภาคใต้ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร

 

หน้าแรก » ภูมิภาค