วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 01:15 น.

ภูมิภาค

นักโบราณคดีเฮ! ขุดพบแนวกำแพงเมืองโคราชฝั่งตะวันออกในรอบ 20 ปี

วันจันทร์ ที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.18 น.

นครราชสีมา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้าการขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก บริเวณพลล้านต้านปัญจา ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการโบราณคดี หลังพบแนวกำแพงเมืองโบราณที่ไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 นับเป็นการศึกษากำแพงเมืองครั้งสำคัญในรอบกว่า 20 ปี โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ 10 

 

 

นครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 20 วัน
นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ เปิดเผยว่า การขุดค้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานก่อนที่เทศบาลนครนครราชสีมาจะปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมืองพลล้านต้านปัญจา ซึ่งตามหลักวิชาการต้องมีการตรวจสอบทางโบราณคดีก่อนดำเนินโครงการทุกครั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่านครราชสีมา จากการขุดค้นพบแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ซึ่งไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังจากการศึกษากำแพงเมืองนครราชสีมาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 มีการบูรณะกำแพงเมืองบริเวณโคกสารละลายในปี 2543 และขุดศึกษาบริเวณกำแพงด้านตะวันตกเมื่อปี 2549 ก่อนจะเว้นช่วงยาวนานกว่า 20 ปี จึงมีการศึกษากำแพงเมืองอีกครั้งในปีนี้

 

 

นอกจากแนวกำแพงเมืองแล้ว นักโบราณคดียังพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่เมืองเก่า ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด ต่อเนื่องถึงสมัยเหล็ก และยุคประวัติศาสตร์ โดยพบชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา เศษถ่าน เขม่า ขี้เถ้า และเปลือกหอย ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและการบริโภคของผู้คนเมื่อประมาณ 1,500–2,500 ปีก่อน

ทั้งนี้ พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากการถมขยะและการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีต ทำให้ชั้นดินทางโบราณคดีบางส่วนถูกทำลาย แต่การค้นพบแนวกำแพงเมืองยังถือเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์นครราชสีมา โดยหลังจากนี้จะนำตัวอย่างอินทรียวัตถุใต้ฐานอิฐ รวมถึงอิฐที่พบร่องรอยแกลบข้าว ไปตรวจวิเคราะห์อายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุช่วงเวลาการก่อสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และป้อมปราการให้ชัดเจนเป็นครั้งแรก

 

 

นายวรรณพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การขุดค้นเหลือระยะเวลาดำเนินงานอีกประมาณ 7 วัน โดยมีการเปิดหลุมขุดขนาด 2.5 x 11.5 เมตร และขยายพื้นที่เพิ่มเติมเป็น 7 x 21 เมตร ทำให้เห็นแนวกำแพงเมืองทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ซึ่งเป็นลักษณะที่สอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และจะนำไปเปรียบเทียบกับเมืองโบราณร่วมสมัยแห่งอื่นของประเทศไทยต่อไป

สำหรับข้อมูลการศึกษาทางโบราณคดีที่ผ่านมา ระบุว่า กำแพงเมืองนครราชสีมาถูกก่อสร้างด้วยอิฐขนาดประมาณ 30 x 15 x 7 เซนติเมตร และ 25 x 13 x 5 เซนติเมตร ใช้ดินเป็นวัสดุประสาน วางฐานรากด้วยการอัดดินแน่นก่อนก่อกำแพง มีความหนาประมาณ 2.6 เมตร สูงราว 4 เมตร ล้อมรอบเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวรวมประมาณ 5.2 กิโลเมตร มีคูเมืองล้อมรอบและป้อมปราการรวม 15 ป้อม พร้อมประตูเมืองสำคัญทั้ง 4 ทิศ ซึ่งนับเป็นระบบป้องกันเมืองที่มีความแข็งแกร่งและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

 

 

วันเดียวกันนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายแพทย์วรรณณัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ได้เดินทางไปเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดี โนนพลล้าน เพื่อติดตามความก้าวหน้าการศึกษาหลักฐานสำคัญของเมืองโบราณ พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากคณะนักโบราณคดี พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการอนุรักษ์และต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ เพื่อผลักดันให้แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ก้าวสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

 

 

สำหรับการปฏิบัติงานของคณะนักโบราณคดียังคงดำเนินหน้าขุดค้นพื้นที่โนนพลล้านอย่างต่อเนื่อง โดยขุดตรวจบริเวณด้านตะวันตกของหลุมที่ระดับความลึก 300–320 เซนติเมตร เพื่อศึกษาลำดับชั้นดินให้สิ้นสุดชั้นวัฒนธรรม ก่อนเตรียมย้ายการขุดตรวจไปยังพื้นที่ด้านตะวันออก และขยายพื้นที่ขุดตรวจไปทางทิศเหนือ ขนาดประมาณ 7 × 10 เมตร ถึง 15 เมตร ตั้งแต่ระดับความลึก 0–80 เซนติเมตร จากการดำเนินงานพบร่องรอยสิ่งปลูกสร้าง ขยะในยุคปัจจุบัน เสาคอนกรีตที่ปักทับแนวกำแพงเมือง และหลุมขยะขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้เคยผ่านการใช้ประโยชน์และการก่อสร้างในหลายยุคสมัย สิ่งที่น่าจับตาคือการเปิดหน้าดินครั้งนี้ทำให้พบแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาต่อเนื่องไปทางทิศเหนือเพิ่มเติม แม้บางช่วงจะได้รับความเสียหายจากฐานรากและตอม่อหินปูนของอาคารในอดีตก็ตาม

 

หน้าแรก » ภูมิภาค