วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:23 น.

ภูมิภาค

ไข่ไก่ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ แตะ 4 บาท แม่ค้าโอดต้นทุนพุ่ง วอนรัฐต่ออายุโครงการ

วันศุกร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.39 น.

บุรีรัมย์ – สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีกฟองละ 20 สตางค์ ส่งผลให้ราคาแตะระดับ 4.00 บาทต่อฟอง ด้านบรรยากาศการค้าปลีกในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พ่อค้าแม่ค้าโอดต้นทุนพุ่งสูง ยอดขายลดลงเนื่องจากประชาชนชะลอกำลังซื้อ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อช่วยพยุงค่าครองชีพ

 

 

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังสมาชิกและเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์ต่อฟอง หรือเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อแผง โดยปรับราคาจาก 3.80 บาทต่อฟอง เป็น 4.00 บาทต่อฟอง ซึ่งมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

 

 

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศตามแผงค้าปลีกภายในตลาดสดเทศบาลตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าบรรดาผู้ประกอบการรายย่อยต่างได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดย นางสาวพรลดา วรฤกษ์ อายุ 48 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่ เปิดเผยว่า แม้ราคาขายหน้าร้านจะดูสูงขึ้นจนคนภายนอกมองว่าน่าจะขายดีและได้กำไรมาก แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เนื่องจากต้นทุนที่รับมาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำไรต่อฟองเหลือเพียงเล็กน้อย และต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่ยอดขายรวมกลับลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อจากที่เคยซื้อยกแผงเหลือเพียงครึ่งแผงเท่านั้น

 

 

ขณะที่ นางสมบัติ อนนท์ตรี อายุ 64 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่ อีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้รับการแจ้งปรับราคาขายส่งเป็นฟองละ 4 บาท ซึ่งจะมีผลในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการพยุงกำลังซื้อของประชาชนยังพอมีที่พึ่งจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของภาครัฐ ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเหลือระยะเวลาดำเนินงานอีกเพียง 1 เดือนเท่านั้น หากโครงการสิ้นสุดลง ประชาชนและผู้ค้าจะต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างหนัก จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ออกไปอีก เพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะนี้

หน้าแรก » ภูมิภาค