วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 06:25 น.

ภูมิภาค

ผวาหนักช้างป่าทับลานรวมฝูงนับ 100 ตัว กระจายกำลังตระเวนหากินปราจีนฯ-โคราช บุกสวนไผ่ตงคืนเดียวพังยก 2 สวน

วันศุกร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.47 น.

เมื่อเวลา 16.45 น.  วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้าน จากชาวบ้านหมู่บ้านคลองเตย หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   มีฝูงช้างป่าแสนรู้จากอุทยานแห่งชาติทับลาน นำโดยโขลงแม่แปรกพาครอบครัวลูกเล็กเด็กแดงกว่า 7 ตัว แอบมุดออกจากผืนป่าอนุรักษ์ บุกเข้าหากินหน่อไม้ไผ่ตงของเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ที่ 5 บ้านคลองเตย ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ช่วงที่กำลังให้ผลผลิตตัดส่งขายพอดี กวาดกินทั้งหน่ออ่อนลำแก่พังยับ ก่อนชวนกันลงแช่น้ำสระคลายร้อนสบายใจเฉิบ ก่อความเสียหายรวมนับหมื่นบาท

 

จากการลงพื้นที่สำรวจสวนไผ่ตงของ นายบุญรอง สมลักษณ์ อายุ 72 ปี พบกอไผ่บนเนื้อที่ 6 ไร่ ถูกเหยียบย่ำหักโค่น รอยกัดกินหน่อไม้กระจายเกลื่อน นายบุญรองเล่าด้วยความสลดใจแต่แอบปนยิ้มแห้งว่า กลางดึกที่ผ่านมา ช้างแม่แปรกพาพวกลงมากัดกินทั้งหน่ออ่อนและลำไผ่แก่ที่ปลูกไว้ขยายพันธุ์เสียหายหนัก

 

"พวกมันมากัน 7 ตัว ช้างแม่แปรกพาลูกหลานมากินหน่อไม้จนอิ่มหนำสำราญ แถมยังพากันไปลงเล่นน้ำในสระขนาด 8x10 เมตร ในสวนอย่างสบายอารมณ์ โชคดีที่ก่อนหน้านี้ผมทยอยตัดหน่อไม้ขายไปแล้ว 4-5 รอบ มิฉะนั้นคงต้องสูญเงินแสนกว่าบาทแน่นอน" — นายบุญรอง กล่าว

 

นอกจากนี้ ช้างป่าโขลงดังกล่าวยังบุกต่อไปยังสวนไผ่ตงของ นายสมศักดิ์ คนเจน อายุ 76 ปี บนเนื้อที่ 13 ไร่ พบร่องรอยเดินขึ้นมาจากคลองติดสวน เข้ามากินหน่อไม้เสียหายซ้ำเป็นรอบที่ 3 รวมค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 10,000 บาท

 

ส่วนบ้านของ นางขวัญใจ กันงูเหลือม ก็โดนความป่วนเล่นงาน เข้ามากัดกินต้นมะพร้าวข้างบ้านติดต่อกัน 3 คืน แถมลูกช้างตัวเขื่องยังแสนซน วิ่งไล่เห่าหมาอย่างน่ากลัว จนเจ้าของบ้านต้องเลื่อยตัดต้นมะพร้าวทิ้งทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย!

 

ด้าน นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีช้างป่าออกนอกเขตป่าอนุรักษ์รวมกันมากกว่า 100 ตัว ตรึงกำลังเฝ้าระวังและผลักดันตลอด 24 ชั่วโมง (ต.ทุ่งโพธิ์ เฝ้าระวัง 45 ตัว, ต.แก่งดินสอ ผลักดันกลับป่า 35 ตัว)

 

โดยพบช้างโขลงขนาดใหญ่หลายสิบตัวกระจายตัวหากินพืชไร่พืชสวน เช่น ปาล์มน้ำมัน กล้วย และยางพารา บริเวณรอยต่อ ต.ทุ่งโพธิ์ และ ต.แก่งดินสอ (บ้านบุเจริญ บ้านท่าสะตือ บ้านวังอ้ายป่อง) อ.นาดี แต่ประสบอุปสรรคสำคัญจากฝนที่ตกหนัก ทำให้ไม่สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) ได้เต็มประสิทธิภาพ ประกอบกับช้างแตกเป็นกลุ่มย่อยทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก

 

หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ได้ชี้แจงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนว่า อุทยานฯ ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) กำลังเร่งดำเนินโครงการสร้างแหล่งอาหารและน้ำในป่าชั้นใน บริเวณ "ผาเม่น" ต.ทุ่งโพธิ์ โดย

 

จัดทำ "กระทะน้ำ" ขนาดใหญ่ (8x6 เมตร ลึก 1 เมตร): พร้อมระบบระบายและเติมน้ำ ทำโป่งและทุ่งหญ้าอาหารสัตว์: เพื่อดึงดูดให้ช้างป่าและสัตว์ป่ากลับไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าลึกอย่างถาวรโดยไม่ต้องลงมาเบียดเบียนชุมชน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ: ในอนาคตมีแผนพัฒนาพื้นที่ผาเม่นและศูนย์เรียนรู้พลังงานสะอาด สนับสนุนให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการเดินรถรับส่งนักท่องเที่ยว และปรับอดีตนายพรานกลับใจมาทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวธรรมชาติ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

 

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อุทยานแห่งชาติทับลาน เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติตนสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ดังนี้: ภูมิปัญญาดั้งเดิม (จุดกองไฟ) แนะนำให้จุดกองไฟบริเวณแนวเขตสวนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เพื่อสร้างสิ่งกีดขวางทางจิตวิทยาป้องกันช้างเข้าใกล้ ตั้งสติ รู้ทันช้างแสนรู้  ช้างป่ามีความฉลาดสูง เมื่อรู้ว่ามีชุดอาสาสมัครเฝ้าระวัง มันจะปรับเปลี่ยนเวลาออกหากินมาเป็นช่วง "ปลอดคน" (ช่วงดึกสงัด) ชาวบ้านจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เลี่ยงการเผชิญหน้า  หากพบเห็นช้างป่าหรือสัญญาณความเสี่ยง ห้ามเข้าใกล้หรือขับไล่ด้วยตนเองเด็ดขาด ให้รีบแจ้งชุดเคลื่อนที่เร็วหรือผู้นำชุมชนทันที แนวรับเชิงโครงสร้าง & งบประมาณ   เสนอสร้าง "รั้วไฟฟ้าแบบดีด" ในพื้นที่โล่งชายป่า ร่วมกับการขุดคูป้องกันช้าง และเร่งดึงงบประมาณบูรณาการก้อนใหญ่จากภาครัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท. / อบต.) เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม  หัวหน้าอุทยานฯ ทับลานระบุ
 

หน้าแรก » ภูมิภาค