ภูมิภาค
ชาวประมงปะทิวกว่า 100 คนบุกศาลากลาง! ค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ จี้จังหวัดชะลอตั้งคณะทำงาน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร นางชงโค นิลสถิตย์ นายกสมาคมปะทิวคลองบางสน อำเภอปะทิว พร้อมด้วยนายจรูญ ไชยะ นายกสมาคมประมงชาวตำบลด่านสวี และกลุ่มประมงชุมชนท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มประมงพื้นบ้านชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว รวมประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือและขอให้จังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง
เดิมกลุ่มชาวประมงต้องการเข้าพบนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจราชการนอกสถานที่ จึงมอบหมายให้นายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนรับหนังสือ โดยมีนายจักรี ตั้งอั้น ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ร่วมรับฟังปัญหาและข้อกังวลจากกลุ่มชาวประมง
ประเด็นสำคัญในหนังสือร้องเรียน คือความกังวลเกี่ยวกับแนวคิด OECMs หรือพื้นที่ที่มีมาตรการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่มีประสิทธิผล แม้จะอยู่นอกพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย โดยพื้นที่จังหวัดชุมพรได้รับเลือกเป็นพื้นที่นำร่องด้านทะเลและชายฝั่ง โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของโครงการ Climate, Coastal and Marine Biodiversity หรือ CCMB ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านกองทุน International Climate Initiative หรือ IKI และมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ ประจำประเทศไทย เป็นหน่วยงานดำเนินโครงการ โครงการมีเป้าหมายเกี่ยวกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน
สำหรับพื้นที่นำร่องในจังหวัดชุมพร ครอบคลุมพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ เกาะร้านเป็ด-เกาะร้านไก่ อ่าวบางสน อ่าวบางสน-อ่าวบ่อเมา อ่าวสะพลี และกองหินสามเหลี่ยม ในพื้นที่อำเภอปะทิว โดยมีความร่วมมือทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวประมงปะทิวระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมประชาคมในพื้นที่มาแล้ว เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 และมีความเห็นว่า ยังไม่ขอรับโครงการดังกล่าว
แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 กลับมีการแจ้งว่ามีการแต่งตั้งคณะทำงานแล้ว โดยชาวประมงในพื้นที่บางส่วนระบุว่าไม่เคยได้รับทราบข้อมูลหรือได้รับเชิญเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวมาก่อน จึงเกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดสมาคมประมงปะทิวคลองบางสนจึงไม่ได้รับหนังสือเชิญประชุม และเหตุใดจึงมีการเดินหน้ากระบวนการแต่งตั้งคณะทำงาน ทั้งที่ในมุมมองของชาวประมงยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากแต่ละพื้นที่
กลุ่มชาวประมงจึงเรียกร้องให้จังหวัดเปิดเผยผลการประชุมและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและสร้างความชัดเจนในอนาคต พร้อมขอให้ทบทวนและ ชะลอการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับโครงการในจังหวัดชุมพรไว้ก่อน โดยย้ำว่า หากโครงการมีประโยชน์จริง ควรเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวประมงซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากทะเลโดยตรง ได้รับรู้ข้อมูลและมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
นางชงโค นิลสถิตย์ นายกสมาคมปะทิวคลองบางสน เปิดเผยว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะต้องการสะท้อนความเดือดร้อนและความกังวลของชาวประมงต่อแนวทางการประกาศหรือกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ โดยเห็นว่าข้อมูลและกระบวนการยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอสำหรับชาวประมงในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ผ่านมา ชาวประมงใน 4 ตำบลของอำเภอปะทิวเคยได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการทำประมงในเขตทะเลชายฝั่ง และยังมีกรณีพื้นที่ตำบลปากคลองที่ชาวประมงระบุว่ามีข้อจำกัดในการทำประมงในระยะ 1,000 เมตรจึงกังวลว่า หากมีมาตรการใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก อาจส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของชาวประมงในอนาคต
ระหว่างการรับหนังสือ นายขจร แจ้งเณร อายุ 47 ปี ชาวประมงปากน้ำชุมพร ซึ่งเดินทางมาร่วมกับกลุ่มชาวประมง ได้แสดงความอัดอั้นใจเกี่ยวกับกรณีที่ตนเองถูกดำเนินคดีจากการทำประมงบริเวณเกาะเสม็ด นายขจรระบุว่า เคยถูกปรับเป็นเงินประมาณ 30,000 บาท และรอลงอาญา 2 ปี โดยตั้งคำถามถึงความชัดเจนของแนวเขตพื้นที่อุทยาน พร้อมระบุว่า หากมีการกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน ชาวบ้านก็จะได้รู้ว่าพื้นที่ใดสามารถทำประมงได้หรือไม่ได้
จากข้อมูลที่ได้รับ นายขจรประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและดำน้ำจับปลาบริเวณเกาะเสม็ดมาเป็นเวลานาน โดยระบุว่าเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เขตอุทยาน จนกระทั่งประมาณ 4 เดือนก่อน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และการนำเครื่องมือสำหรับจับสัตว์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยผิดกฎหมาย
นายประสงค์ ขาวสอาด อายุ 63 ปี อาชีพประมง และที่ปรึกษากลุ่มชาวประมงท้องถิ่นอำเภอปะทิว กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาขอคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางที่จะนำพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ สะพลี บางสน ชุมโค และปากคลอง เข้าสู่พื้นที่นำร่องด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ดังกล่าวมีชาวประมงพื้นบ้านประมาณ 2,000 กว่าครัวเรือน รวมถึงผู้ประกอบอาชีพประมงพาณิชย์อีกจำนวนมาก จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาอย่างรอบด้าน และขอคัดค้านโครงการไว้ก่อน พร้อมเสนอให้มีการทำประชาพิจารณ์หรือประชาคมท้องถิ่น เพื่อให้ชาวประมงได้แสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริงว่า ยอมรับหรือไม่ยอมรับโครงการ
นายประสงค์ยังย้ำว่า ชาวประมงเองก็รักและหวงแหนทะเล โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกันทำกิจกรรมอนุรักษ์ เช่น ธนาคารปู บ้านปลา และซั้งบ้านปลา เพื่อดูแลทรัพยากรทางทะเลควบคู่กับการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
ด้านนายจักรี ตั้งอั้น ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ชี้แจงว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยพื้นที่ OECMs จะเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมเสนอว่า พื้นที่ใดทำอะไรได้ และอะไรทำไม่ได้ หากกระบวนการแล้วเสร็จ จะมีการรับรองพื้นที่ตามกรอบที่กำหนด เพื่อนำไปสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ
สำหรับจังหวัดชุมพร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจัดตั้งคณะทำงาน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อำเภอหลังสวนไปจนถึงอำเภอปะทิว โดยคณะทำงานจะต้องได้รับการลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงการกำหนดกรอบพื้นที่เบื้องต้น และต้องการเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนเข้ามาเสนอความคิดเห็นด้วย
หลังรับหนังสือ นายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ได้รับทราบข้อเสนอแนะและความกังวลของพี่น้องชาวประมงอำเภอปะทิว และจะนำเรื่องเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับทราบ
รองผู้ว่าฯ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการออกกฎหมายหรือมาตรการหลายเรื่องไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากพี่น้องชาวประมงอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วอาจส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน จึงเข้าใจว่าชาวประมงมีความกังวลว่า กฎหมายหรือมาตรการใหม่อาจสร้างผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
การยื่นหนังสือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการคัดค้านโครงการอนุรักษ์เท่านั้น แต่เป็นเสียงสะท้อนของชาวประมงที่ต้องการให้ภาครัฐ เปิดข้อมูลให้ชัด รับฟังคนในพื้นที่ และให้ชุมชนมีส่วนร่วมก่อนตัดสินใจ เพราะสำหรับชาวประมง ทะเลคือทั้ง ทรัพยากรที่ต้องช่วยกันรักษา และพื้นที่ทำมาหากินที่ต้องพึ่งพาในทุกวัน
สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตาต่อจากนี้ คือการเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงาน OECMs ในจังหวัดชุมพร และการเปิดเวทีให้ชาวประมงในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์ทะเล” กับ “การรักษาอาชีพของคนชายฝั่ง” โดยไม่ให้ความไม่ชัดเจนกลายเป็นความขัดแย้งในชุมชนในอนาคต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ภูมิภาค
Top 5 ข่าวภูมิภาค
![]()
- อุทัยธานีชู 'ส้มซ่า' ผลไม้อัตลักษณ์ แปรรูป 5 ผลิตภัณฑ์ดันท่องเที่ยว 6 ก.ย. 2569
- อุตุเตือน! ฝนตกหนักทั่วไทย ระวังน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก โดยเฉพาะอีสานตอนบน 6 ก.ย. 2569
- สส.ตราด ภูมิใจไทย โต้ฝ่ายค้านยันเงินกู้ 4 แสนล้านโปร่งใส มั่นใจนายกฯ แจงซักฟอกได้ 6 ก.ย. 2569
- ตม.หนองคาย รวบคาบ้าน! สาวไทยพา 2 หนุ่มจีนลอบเข้าเมือง 6 ก.ย. 2569
- นศ.ป.โท ม.กาฬสินธุ์ จัดสัมมนาท่องเที่ยวสหัสขันธ์ ชู “โบสถ์กลางน้ำ” แลนด์มาร์กใหม่ 6 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดภูมิภาค
![]()
ปปส.บุกรวบ "ผู้ใหญ่บ้าน" ฉี่ม่วง ยอมรับใช้หอกระจายข่าวเป็นที่เสพยา 20:32 น.- แข่งขันกีฬาโรงเรียนในเครือมารีวิทย์ ประชันจ้าวสระ เฟ้นหา “เงือกน้อย-ฉลามจิ๋ว” คึกคักสนุกสนาน 19:42 น.
- ร้อนใจ! อดีตเจ้าของที่ดินสุสานยิวขอดูด้วยตา ชี้พิรุธสร้างกำแพงบังสายตาถึง 2 ชั้น 18:41 น.
- "รมว.ดีอี" ลงพื้นที่สุรินทร์ เปิดงาน AgriNext Surin ชูเทคโนโลยี AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน 18:21 น.
- นาทีชีวิต! ต้นสนขนาดใหญ่ล้มฟาดซาเล้งกลางถนนหาดนพรัตน์ธารา 2 วัยรุ่นเจ็บสาหัส 18:19 น.



