วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:12 น.

ภูมิภาค

เกษตรกรปลาดุกราชบุรีโอดราคาดิ่งเหลือ 18 บาท ไร้พ่อค้ารับซื้อ วอนภาครัฐเร่งพยุงราคา

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.01 น.

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังราคาปลาดุกหน้าบ่อตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จากเดิมเคยขายได้กิโลกรัมละกว่า 40 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 18 บาท ซ้ำร้ายพ่อค้าคนกลางยังไม่เข้ารับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าอาหารปลาและต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น บางรายไม่มีเงินซื้ออาหารปลา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาตลาดรองรับและช่วยพยุงราคา

นางสาวรุ่งตะวัน สนสุทธิ อายุ 52 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อำเภอโพธาราม พร้อมตัวแทนเกษตรกร ได้เข้าร้องเรียนต่อนายจรูญ ผลขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลชำแระ อำเภอโพธาราม เพื่อขอให้ช่วยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

 

 

นางสาวรุ่งตะวัน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ราคาปลาดุกอยู่ในระดับที่พอประคองอาชีพได้ แต่ระยะหลังราคาปรับลดลงจากประมาณ 40 บาท เหลือ 35 บาท และล่าสุดดิ่งลงเหลือเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม ที่เดือดร้อนหนักกว่านั้นคือ แม้จะยอมขายในราคาต่ำแต่กลับไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ บางครั้งพ่อค้านัดหมายให้ลากปลาขึ้นมาเตรียมไว้ แต่ถึงเวลากลับไม่มาตามนัด ทำให้ต้องเสียค่าแรงงาน และปลาได้รับความเสียหาย จนต้องปล่อยกลับลงบ่อ นอกจากนี้ ค่าอาหารปลายังเป็นต้นทุนหลัก เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทต่อบ่อ และปลายังคงต้องกินอาหารทุกวัน หากลดปริมาณอาหารปลาจะผอมและขายไม่ได้ราคา ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต่อเนื่อง บางรายถึงขั้นต้องนำทรัพย์สินไปจำนองหรือค้ำประกันเพื่อหาเงินมาซื้ออาหารปลา

 

 

ด้านนายจรูญ ผลขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลชำแระ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราคาปลาตกต่ำ แต่คือไม่มีผู้เข้ามารับซื้อ แม้จะยังมีผู้บริโภคอยู่ก็ตาม เมื่อพ่อค้าคนกลางนัดให้เกษตรกรลากปลาเตรียมไว้แล้วไม่มารับ ส่งผลให้ปลาเสียหายและเพิ่มภาระขาดทุน ซึ่งตนได้แจ้งเรื่องไปยังประมงอำเภอและประมงจังหวัดแล้ว แต่ต้องการให้มีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการหาแหล่งรับซื้อและการเชื่อมโยงตลาด เนื่องจากปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตำบลชำแระหรืออำเภอโพธารามเท่านั้น แต่ยังแพร่ระบาดไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงและจังหวัดข้างเคียงที่มีเกษตรกรเลี้ยงปลาดุกเป็นจำนวนมาก

"ปกติเลี้ยงประมาณ 6 เดือนก็สามารถจับขายได้ แต่ขณะนี้บางรายต้องเลี้ยงนานกว่า 1 ปี เพราะไม่มีตลาดรับซื้อ ขณะที่ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน" นายจรูญ กล่าว

 

 

เกษตรกรจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องราคาและตลาดรับซื้อ โดยเสนอให้ช่วยผลักดันราคาปลาดุกให้อยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งจะช่วยลดภาระและประคองอาชีพของเกษตรกรได้ เพราะหากราคายังคงอยู่ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัมและไร้พ่อค้ารับซื้อ อาชีพการเลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อาจต้องล่มสลายลง

หน้าแรก » ภูมิภาค