วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 04:10 น.

ภูมิภาค

ด่วน! ทหารเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า ขาขาดสาหัส ขณะกวาดล้างพื้นที่ชายแดนอุบลฯ

วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.37 น.

จ่าสิบเอกสังกัดหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ประสบอุบัติเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ขณะปฏิบัติหน้าที่กวาดล้างระเบิดในพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาท่อนล่างขาด กองทัพภาคที่ 2 สั่งยุติการปฏิบัติงานชั่วคราว พร้อมประสานเฮลิคอปเตอร์ส่งตัวรักษาโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยชี้แจงกรณีกำลังพลประสบเหตุจากทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ได้เข้าปฏิบัติงานตามแผน ณ พื้นที่ที่สงสัยว่ามีอันตรายจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม (SHA) บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีขนาดพื้นที่ตามแผนงาน 151,920 ตารางเมตร เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โดยที่ผ่านมาหน่วยได้ดำเนินการกวาดล้างจนปลอดภัยแล้ว 38,760 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 25.51

ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีบาดแผลบริเวณขาซ้ายและมือขวา หลังเกิดเหตุหน่วยได้สั่งยุติการปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวทันที พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมพื้นที่ เพื่อป้องกันมิให้กำลังพลและประชาชนเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง

ด้านการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยทีมแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ห้ามเลือด และตกแต่งบาดแผล ซึ่งผู้บาดเจ็บยังรู้สึกตัวและมีสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก่อนจะประสานส่งต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับการรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการรักษาพยาบาล สิทธิกำลังพล และอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง สำรวจพื้นที่อย่างละเอียด เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง และกำหนดเขตพื้นที่อันตรายเพื่อป้องกันความสูญเสีย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

หน้าแรก » ภูมิภาค