วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 08:46 น.

ภูมิภาค

มูลนิธิชัยพัฒนา-กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เกาะติดสถานการณ์ไฟป่า

วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง อำเภอเชียรใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ตรวจสอบการดูแลพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

 

ก่อนหน้านี้ เหตุไฟป่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ครอบคลุมเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แม้ขณะนี้สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยมิชอบ

 

นอกจากภารกิจติดตามสถานการณ์ไฟป่า คณะยังตรวจสอบสวนปาล์มน้ำมันต้องสงสัยบุกรุก บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลควนเคร็ง อำเภอชะอวด รวม 8 จุด เนื้อที่ประมาณ 230 ไร่ พบว่าบางแปลงมีการนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง ทั้ง น.ส.3 ก. และ ส.ค.1 ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาและความถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนแปลงที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดและดำเนินคดีแล้ว

 

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบแนวเขตป่า สภาพการถือครอง ที่มาของเอกสารสิทธิ์ และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ หากพบว่าเป็นการบุกรุก หรือมีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิกถอนสิทธิ์และยึดคืนพื้นที่กลับเป็นของรัฐ

 

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า
“กรมอุทยานฯ จะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกทุกรายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ครอบครอง ผู้ใช้ประโยชน์ หรือผู้สนับสนุนการบุกรุก หากตรวจสอบพบว่าเอกสารสิทธิ์ออกโดยมิชอบ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเพิกถอนสิทธิ์และยึดคืนพื้นที่กลับมาเป็นผืนป่าของรัฐ โดยจะไม่มีการละเว้น”

 

หลังจากนั้น อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมคณะ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งทางอากาศ เพื่อตรวจสอบสภาพป่า แนวเขต และประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดลาดตระเวน จุดเฝ้าระวังไฟป่า ชุดดับไฟป่าเคลื่อนที่เร็ว และเครือข่ายอาสาสมัคร เพื่อกำชับการปฏิบัติงานและการเฝ้าระวังการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้กองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สนธิกำลังร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน โดยนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ Smart Patrol และระบบระบุพิกัดผ่านดาวเทียม GPS มาใช้ติดตามพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช และป่าพรุทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง

 

นอกจากนี้ ให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน จัดทำแนวเขตพื้นที่บุกรุก และติดตามผู้เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือใช้ประโยชน์พื้นที่โดยผิดกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินคดีมีความชัดเจน รัดกุม และนำไปสู่การยึดคืนพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าปราบปรามการบุกรุกป่าพรุอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการดำเนินคดีผู้กระทำผิด การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ และการยึดคืนพื้นที่ที่ถูกครอบครองโดยมิชอบ เพื่อรักษาป่าพรุควนเคร็งและป่าพรุทะเลน้อย ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญของภาคใต้ ให้คงความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไป.


 

หน้าแรก » ภูมิภาค