วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 18:03 น.

ภูมิภาค

พบแล้วร่างสองผัวเมียกอดกันแน่น หลังรถบรรทุกเสียหลักชนสะพานจมน้ำ ญาติเผยลางสังหรณ์ สั่งเสียที่ตั้งศพและอย่าเก็บไว้นาน

วันอาทิตย์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2569, 16.57 น.

วันที่ 6 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. นางสาวนิสา สิมมา อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายพชรกร สุขเสริม หรือเอก และ นางสาวจีราภรณ์ สุขเสริม หรือหลอด โดยทั้งคู่อายุ 56 ปีเท่ากัน ได้นำศพพ่อแม่ออกจากห้องดับจิต โรงพยาบาลนครพนม เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดอรัญญิกาวาส เขตเทศบาลเมืองนครพนม ตามคำสั่งเสียของนางหลอดผู้ตาย หลังจากสองสามีภรรยาประสบอุบัติเหตุ รถบรรทุก 12 ล้อพุ่งชนสะพานข้ามห้วย เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 5 กันยายน 69 ที่ผ่านมา
    

น.ส.นิสาเปิดเผยว่าทราบข่าวเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ก็รีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุก็เห็นสภาพหัวเก๋งรถบรรทุกจมอยู่ในน้ำ เชื่อว่าพ่อกับแม่ต้องอยู่ในนั้น เพราะเขาจะไปไหนจะไปด้วยกันตลอด โดยในวันเดียวกันประมาณ 10 โมง แม่โทรมาบอกว่ากำลังจะข้ามด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และไม่ได้ติดต่อกันอีก กระทั่งมีคนโทรบอกว่ารถบรรทุกของพ่อประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่มีลางสังหรณ์อะไรทั้งสิ้น
    

ด้าน นายประกาศ อายุ 70 ปี มีความเกี่ยวข้องกันในฐานะเป็นดองกัน โดยเป็นพ่อปู่ของ น.ส.นิสา เล่าว่าพ่อดองคือนายพชรกรหรือเอก เดิมเป็นคน จ.มหาสารคาม แต่งงานอยู่กินกับนางหลอด มีด้วยกันลูก 2 คน ซึ่งพ่อดองแม่ดองคู่นี้ขยันทำมาหากิน ได้ออกรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงวิ่งส่งสินค้าถึงชายแดนประเทศเวียดนาม 
    

นายประกาศเล่าถึงลางสังหรณ์ว่า นางหลอดเวลานั่งคุยกับเพื่อนหรือญาติ จะพูดคล้ายเป็นการสั่งเสียเสมอว่า หากเป็นอะไรไป ให้นำศพไปไว้ที่วัดอรัญญิกาวาส ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม และที่สำคัญอย่าเก็บศพไว้นาน สวดแค่คืนเดียวก็เผาเลย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ญาติพี่น้องก็ทำตามคำสั่งของนางหลอดทุกอย่าง คือ สวดแค่คืนเดียววันพรุ่งนี้ก็เผา
    

ขณะเดียวกันนางสงกา อายุ 65 ปี ภรรยาของนายประกาศก็เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ลูกสะใภ้ร้องไห้มาบอกว่า พ่อขับรถตกสะพานตนจึงรีบไปดู เห็นสภาพรถก็ได้แต่ทำใจ แต่ลึกๆแล้วในใจภาวนาขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ตนและลูกสะใภ้นั่งเฝ้าจนเจ้าหน้าที่นำรถขึ้นจากน้ำได้ ก็พบร่างทั้งสองนอนกอดกันอยู่ภายในเก๋ง โดยคู่ผัวเมียนี้เกิดปี พ.ศ.เดียวกัน วันเกิดก็ห่างกันแค่เดือนเดียว
    

ซึ่งญาติคาดว่านายเอก อ่อนเพลียจากการขับรถส่งผลไม้ไปชายแดนเวียดนาม เมื่อข้ามกลับมาถึงฝั่งไทยได้นำรถเข้าอู่ซ่อมช่วงล่าง เพื่อจะต้องเดินทางไปรับผลไม้ที่ จ.ราชบุรี แต่ทั้งคู่ต้องแวะอาบน้ำที่บ้านก่อน ระหว่างทางนายเอกเกิดหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนหัวสะพานข้ามห้วยหนองเซา ด้วยความตกใจจึงหักพวงมาลัยอย่างแรง รถจึงไถลข้ามเกาะกลางไปชนราวสะพาน ฝั่งขาเข้าเมืองนครพนม เป็นเหตุให้รถพุ่งตกจากสะพานที่มีความสูงประมาณ 7 เมตร และหัวเก๋งจมอยู่ในน้ำที่ลึกประมาณ 2 เมตร ทั้งสองพยายามดิ้นรนหาทางออก แต่น้ำได้ไหลเข้าตัวเก๋งอย่างรวดเร็ว จึงโผกอดกันจนนาทีสุดท้ายของชีวิต

 

คดีสลดนี้เกิดขึ้นวันที่ 5 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 20.40 น. พ.ต.ต.ณัฐพล พ่อสาร สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์บรรทุก 12 ล้อชนราวสะพาน ตกลงไปในลำห้วย และมีคนติอยู่ในตัวรถ เหตุเกิด บริเวณสะพานข้ามลำห้วยหนองเชา ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ชยางกูร)  จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พบรอยล้อยางสีดำบริเวณคอขอบสะพาน ฝั่งมุ่งหน้าไปอำเภอธาตุพนม แล้วมีรอยล้อยางสีดำครูดเป็นทาง ข้ามเกาะกลางถนนไปฝั่งตรงข้ามเป็นทางยาว และมีราวสะพานฝั่งขาเข้าเมืองนครพนมได้รับความเสียหาย โดยพบรถยนต์บรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้ออีซูชุ สีเขียว ทะเบียนเลย ตกลงไปในลำห้วย ส่วนหัวห้องโดยสารจมลงไปในน้ำ ตัวท้ายรถชี้ขึ้นมาด้านบน 

 

ขณะเดียวกัน ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม หลังได้รับรายงานจึงพร้อมกับนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รอง ผวจ.นครพนม ได้เดินทางตรวจที่เกิดเหตุ สอบถามเบื้องต้นได้ความว่า นายพชรกร สุขเสริม หรือเอก อายุ 56 ปี เป็นผู้ขับขี่ โดยมีนางสาวจีราภรณ์  อายุ 56 ปี เป็นผู้โดยสารนั่งคู่ ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน โดยทั้งคู่ติดอยู่ในห้องโดยสาร

 

ต่อมารถเครนจำนวน 2 คันได้ร่วมกันกู้ซากรถขึ้น กระทั่งเวลา 02.35 น.ของวันที่ 6 ก.ย. 2569  จึงสามารถกู้ซากรถขึ้นมาจากลำห้วยได้ รวมเวลา 6 ชั่วโมง โดยพบร่างทั้งสองคนติดอยู่ในห้องโดยสาร พนักงานสอบสวนจึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นทั้งสองเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ.

หน้าแรก » ภูมิภาค