วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 01:02 น.

ภูมิภาค

โมโหซ่อมรถไม่ได้ดั่งใจ! ชายปริศนาลากปืนขู่เจ้าของอู่วัย 71 ขู่ซ้ำได้ยินเสียงปืนรอเก็บศพแล้วกัน

วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569, 17.23 น.

วันที่ 23 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกสาวเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งในต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งว่าพ่อวัย 71 ปีซึ่งเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถถูกชายคนหนึ่งถือปืนลงมาจากรถเก๋งพร้อมโวยวายต่างๆนานา อ้างว่าพ่อซ่อมรถให้ไม่ดี แถมยังข่มขู่เย็นนี้ได้ยินเสียงปืนรอเก็บศพได้เลย ทำให้ผวาและตกใจกลัวพ่อจะได้รับอันตราย สาเหตุเบื้องต้นทราบว่าชายคนนี้เอารถมาซ่อมกับพ่อที่เปิดอู่ แต่ชายคนดังกล่าวอ้างว่าซ่อมรถแล้วรถยังเสียอยู่ จึงกลับมาถือปืนมาขุ่พ่อแม่และอา ทำให้พ่อและแม่ผวาเป็นอย่างมากกลัวชายคนนี้จะถือปืนมาขู่ซ้ำและก่อเหตุได้ โดยมีวงจรปิดที่จับภาพชายคนนี้ถือปืนออกมาจากรถและโวยวายและขู่เจ้าของอู่เห็นภาพชัดเจน

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งที่บ้านดงหนองโพธิ์ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานีพบกับนายรพงษ์ อายุ 71 ปี เจ้าของอู่ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดมีชายคนดังกล่าวถือปืนยาวลงมาจากลงมาแล้วโวยวายหาว่าเราซ่อมรถไม่ดีเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 13.10 น.วานนี้ (22 ก.ย.69) ชายเสื้อเหลืองขับสวนเลนมาจากบ้านเชียงยืนมาจอดหน้าอู่ ดูท่าจะโมโหจากนั้นก็ที่ประตูหลังรถเก๋งถือปืนออกมาแล้วโวยวายบอกว่า ซ่อมรถแล้วทำไมยังขี่ไม่ได้ไปไม่ได้ แบบนี้ต้องรับผิดชอบ ถอดเอาที่คอยหัวเทียนและรีเลย์ที่ใส่ออกไปเลย ช่างแบบนี้ต้องไปคุยโรงพัก ตนเองและน้องชายที่เป็นช่างประจำอู่ก็เดินไปตรวจสอบพบว่า หลังจากเปลี่ยนรีเลย์สตาร์ทและคอยหัวเทียนรถก็ปกติดี แต่สิ่งที่มีปัญหาของรถอีกอย่างหนึ่งคือไดชาร์ทไม่ทำงาน เราก็อธิบายว่า มันซ่อมคนละที่กัน แต่เขาก็โวยวายว่า ซ่อมรถแล้วต้องให้ดีทุกอย่างและต้องรับผิดชอบหมดเงินไปตั้ง 1,800  ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เราซ่อมที่รถเขาที่สตาร์ทไม่ได้ก็เปลี่ยนรีเลย์สตาร์ทให้ และระบบจุดระเบิดไม่เต็มสูบก็เปลี่ยนคอยหัวเทียนให้ 1 จุดจากนั้นรถก็ขี่ได้ แต่ไดชาร์ทไม่ทำงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนเองพยายามอธิบายหลายครั้งเขาก็ไม่ยอมฟัง บอกแต่ว่าซ่อมแล้วรถต้องดีทุกอย่าง พอบอกว่างั้นถอดออกเอาอันเก่าใส่คืนไปแล้วเอาเงินคืนไปแล้วกัน 1,800 บาทก็เขาเอปิดฝากระโปรงขี่ออกไปทันที พร้อมขู่อีกว่า เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันถ้าได้ยินเสียงปืนคอยเก็บศพแล้วกัน ถามว่าตนเองกลัวไหมก็กลัวอยู่

 

นายสุรพงษ์ อายุ 71 ปี บอกอีกว่า เขาเป็นใครไม่รู้แต่เขามาซ่อมรถที่อุ่ชายคนนี้ไม่คุ้นหน้าแถวนี้น่าจะเป็นคนทางอื่น แต่เขาคุยว่าเขาทำงานป่าไม้แถวอ.น้ำโสม และมีบ้านภรรยาอยู่ที่ต.นาไหม อ.บ้านดุง แถมมาคุยโวว่า ซ่อมเท่าไหร่ซ่อมเลยถึงแสนไหม พอซ่อมไปแล้ว หาว่ารถใช้ไม่ได้อีก ซึ่งมันเสียคนละจุดกับที่ซ่อม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกๆ เป็นห่วงมากอยากให้ไปแจ้งความ โดยยืนยันจะเดินทางไปแจ้งความเอาไว้ที่สภ.ย่อยห้วยหลวงในวันนี้

 

ขณะที่นายยศพร น้องชายสุรพงษ์ บอกว่า วันเสาร์ที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมารถของชายคนนี้เสียที่บ้านเชียงยืน เราก็ไปเช็คให้บอกว่ารีเลย์สตาร์ทไม่ทำงานและมีคอยหัวเทียน 1 อันเสีย ตอนที่จะซ่อมก็ตกลงราคาพูดกันแล้วค่าอะไหล่และค่าแรงรวมเป็นเงิน 1,800 บาทเขาก็ตกลง พอซ่อมไปแล้วมาวานนี้บ่ายโมงเขาก็ขับรถเก๋งวีออสสีดำมาจอดหน้าอู่ ถือปืนออกมาโวยวาย ซ่อมรถแล้วไม่รับผิดชอบให้ เราก็ตกใจ เขาหาว่าเราซ่อมแล้วรถใช้ไม่ได้ เมื่อเราตรวจเช็ครีเลย์และคอยหัวเทียนก็ใช้ได้ปกติ แต่ที่เสียเพิ่มคือไดชาร์ทไม่ทำงาน แต่เขาอ้างว่า ซ่อมแล้วรถต้องใช้ได้ทุกอย่างไม่ใช่ซ่อมอันนี้อันนี้เสียใหม่ สุดท้ายเราก็บอกว่าเอาเงินคืนถอดอะไหล่ออกแล้วกัน ชายเจ้าของรถก็บอกว่า ไม่ต้องรื้อถือว่าให้หมามันกันแล้วกัน จากนั้นก็เอาขับรถออกไปเลย ตอนขับรถออกไปยังขู่เราด้วยถ้าเย็นนี้มีเสียงปืนคอยเก็บศพเลย ทำให้พวกเราก็ตกใจทำไมมาขู่กันแบบนี้

 

ทางด้าน พ.ต.ท.มานิต แก้วเจริญ รองผกก.หน.สภ.ห้วยหลวง เผยว่า เรื่องนี้แนะนำให้ผู้เสียหายมาแจ้งกับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยหลวงได้เลย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากการกระทำดังกล่าวเห็นชัดเจนตามภาพวงจรปิด ถือว่ามีความผิดฐาน “พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และต้องตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวได้มาถูกต้องตามกฎหมายด้วยหรือไม่ และขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายหรืออย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้หวาดกลัว ถือว่าเป็นคดีอาญา

หน้าแรก » ภูมิภาค