วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 03:36 น.

ภูมิภาค

อดีตเจ้าอาวาสเปิดใจสึกก่อนกำหนด ยันไม่ถูกกดดัน แต่อึดอัดโซเชียลตัดต่อภาพ

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาททองเปิดใจสึกก่อนกำหนด ยันไม่ได้ถูกกดดัน แต่อึดอัดถูกตัดต่อภาพลงโซเชียล หลังคลิปฉาวแชตสีกาโผล่

อดีตเจ้าอาวาสวัย 49 ปี เปิดใจสาเหตุตัดสินใจลาสิกขาก่อนกำหนด ยืนยันไม่ได้ถูกใครกดดัน แต่เกิดความอึดอัดที่ถูกนำภาพไปตัดต่อเผยแพร่ในโลกออนไลน์ หลังกรณีคลิปเสียงหญิงสาวบุกด่าทอปมความหึงหวงถูกเผยแพร่ในโซเชียล ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างโล่งใจ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชนเตรียมเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัด เพื่อแยกสิ่งของส่วนตัวออกจากทรัพย์สินของวัดให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคลิปเสียงหญิงสาวรายหนึ่ง บุกเข้าไปด่าทอเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างรุนแรงภายในกุฏิ โดยเนื้อหามีลักษณะตัดพ้อและกล่าวถึงความหึงหวง ทำนองกล่าวหาว่าเจ้าอาวาสคบซ้อน นอกจากนี้ยังมีกระแสกล่าวถึงพฤติกรรมทำลายข้าวของภายในกุฏิ สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและเกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 นางพิชชาวริน สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าคณะอำเภอบ้านกรวด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน ได้นิมนต์พระครูโสภณจิตราภิรมย์ หรือ ดร.จิตตสุโภ อายุ 49 ปี เจ้าอาวาสวัดปราสาททอง มาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเจ้าอาวาสยอมรับว่า หญิงสาวคนดังกล่าวเมาสุราเข้ามาด่าทอตนจริง และเคยพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะเชิงชู้สาว แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กันตามที่ชาวบ้านสงสัย ส่วนกระแสข่าวว่าคบหาผู้หญิงถึง 3 คน เจ้าตัวยืนยันว่ามีเพียง 1 คน พร้อมแจ้งความประสงค์เตรียมลาสิกขาในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า พระครูโสภณจิตราภิรมย์ได้ตัดสินใจลาสิกขากับเจ้าคณะอำเภอบ้านกรวดแล้ว ณ วัดบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการสึกก่อนกำหนดเดิมที่วางไว้

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2569 บรรยากาศที่วัดปราสาททอง ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด มีการปิดประตูวัดและไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณวัด โดยมีเจ้าคณะตำบลบ้านกรวด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด และผู้นำชุมชนร่วมสังเกตการณ์ ขณะที่นายจำนงค์ เสาเปรีย อายุ 49 ปี อดีตเจ้าอาวาส ได้เดินทางกลับมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวภายในกุฏิ ซึ่งมีสภาพรกรุงรังและพบเครื่องรางของขลังวางเกลื่อนเต็มกุฏิ

นายจำนงค์ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลาสิกขาก่อนวันออกพรรษาว่า รู้สึกอึดอัดกับกระแสที่มีอินฟลูเอนเซอร์นำภาพไปตัดต่อเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนทำให้เกิดความเสียหาย โดยยืนยันว่าการพูดคุยกับสีกาผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้ถึงขั้นเป็นปาราชิก แต่ที่ตัดสินใจสึกเพราะไม่ต้องการให้วงการสงฆ์เสื่อมเสีย พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครมากดดันให้ลาสิกขาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ทางด้านนางอุไร เติมสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า การอนุญาตให้อดีตเจ้าอาวาสกลับเข้ามาภายในวัดในครั้งนี้ เพื่อให้ตรวจสอบและจัดการทรัพย์สินภายในกุฏิให้ชัดเจนว่า สิ่งใดเป็นของส่วนตัวและสิ่งใดเป็นทรัพย์สินของวัด โดยขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกสบายใจที่อดีตเจ้าอาวาสลาสิกขาก่อนกำหนด พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครไปกดดันให้สึกก่อนวันออกพรรษา ทั้งนี้ เจ้าคณะตำบลบ้านกรวดจะเข้ามารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดปราสาททองไปก่อน ระหว่างรอการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค