วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 22:40 น.

ภูมิภาค

'โสภณ' เปิดงานไหลเรือไฟนครพนม 12 อำเภออวดโฉมกลางโขง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 21.11 น.

“โสภณ” ลั่นฆ้องเปิดมหกรรมไหลเรือไฟนครพนม ปี 69 เรือไฟ 12 อำเภอสว่างไสวกลางแม่น้ำโขง คาดรู้ผลแชมป์เที่ยงคืน

นครพนม – ประธานรัฐสภา เปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 ในคืนวันออกพรรษา ชื่นชมพลังศรัทธาประชาชน 12 อำเภอร่วมสืบสานประเพณีวิจิตรตระการตากลางลำน้ำโขง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขณะที่เรือไฟแชมป์เก่าจากอำเภอปลาปากและท่าอุเทน ลงสนามป้องกันแชมป์คึกคัก คาดทราบผลประกวดภายในเที่ยงคืนนี้

 

 

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นตรงกับวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ท่ามกลางคณะผู้แทนจากแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ เปิดเผยว่า งานประเพณีไหลเรือไฟประจำปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เพื่อสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 

 

ด้านนายโสภณ กล่าวเปิดงานพร้อมชื่นชมชาวนครพนมที่ร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์ประเพณีเก่าแก่ซึ่งเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา และเป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยระบุว่าความสามัคคีของประชาชนทุกภาคส่วนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาวัฒนธรรมอันดีงามไว้ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน และกระจายรายได้สู่ชุมชนในจังหวัดนครพนมรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

จากนั้น นายโสภณได้ทำพิธีลั่นฆ้องเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมการจุดพลุเฉลิมฉลองเหนือท้องฟ้า เป็นสัญญาณเริ่มต้นการปล่อยเรือไฟจำนวน 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ที่ประดับตกแต่งไฟอย่างวิจิตรตระการตาลงลอยลำกลางแม่น้ำโขง โดยเรือไฟลำแรกที่เริ่มลอยลำอวดสายตาประชาชนคือเรือไฟจากอำเภอนาหว้า ซึ่งส่งเข้าประกวดในประเภทความคิดสร้างสรรค์

 

 

สำหรับไฮไลต์การประกวดเรือไฟในปีนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเรือไฟจากอำเภอปลาปาก เจ้าของแชมป์ประเภทความคิดสร้างสรรค์ ประจำปี 2568 และเรือไฟจากอำเภอท่าอุเทน เจ้าของแชมป์ประเภทสวยงาม ประจำปี 2568 ได้ลงแข่งขันป้องกันตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ โดยคณะกรรมการคาดว่าจะสามารถประกาศผลการตัดสินได้ภายในเวลาเที่ยงคืนของคืนนี้ ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ประธานรัฐสภาพร้อมคณะได้เดินทางไปร่วมชมความงดงามของขบวนเรือไฟริมแม่น้ำโขงร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง

หน้าแรก » ภูมิภาค