วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 05:31 น.

กทม-สาธารณสุข

กพฉ.ลงดาบ!! สั่งปรับทางปกครอง 2 กรณีฝ่าฝืนกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.45 น.

กพฉ.ลงดาบ!! สั่งปรับทางปกครอง 2 กรณี ฝ่าฝืนกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน แทรกแซงการปฏิบัติการ-ซิ่งไซเรนเถื่อนไร้ใบขับขี่ ย้ำปฏิบัติการต้องอยู่ใต้ระบบสั่งการ คุ้มครองชีวิตผู้ป่วยเป็นสำคัญ

คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) รุกต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีมติเอกฉันท์สั่งปรับทางปกครอง 2 กรณี หลังตรวจพบการกระทำผิดฝ่าฝืนกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินชัดเจน เคสแรก นำรถหลายคันปิดล้อมรถฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติการฉุกเฉินตามกฎหมาย แล้วยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินโดยมิได้รับการอำนวยการหรือคำสั่งทางการแพทย์ มิได้แจ้งขออนุญาตออกปฏิบัติการต่อหน่วยงานต้นสังกัด อีกเคส ออกปฏิบัติการฉุกเฉินทั้งที่ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน ไม่มีใบอนุญาตขับรถ รถฉุกเฉินที่ออกปฏิบัติการก็มิได้รับอนุญาตให้ใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรน ทั้งนี้ กพฉ. ได้ย้ำเตือนผู้ปฏิบัติการ ว่าการปฏิบัติการฉุกเฉินทุกกรณีต้องอยู่ภายใต้การอำนวยการหรือคำสั่งทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) ซึ่งมี นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มีมติ เห็นชอบให้พิจารณาการลงโทษปรับทางปกครอง จากกรณีการกระทำอันฝ่าฝืนกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน

กรณีแรก พนักงานฉุกเฉินการแพทย์สังกัดหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และยังเป็นอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในสังกัดหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ได้นำรถจำนวนหลายคันเข้าปิดล้อมรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติการฉุกเฉินตามกฎหมาย และดำเนินการยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยมิได้รับการอำนวยการหรือคำสั่งทางการแพทย์จากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการตามระบบสั่งการการแพทย์ฉุกเฉิน อีกทั้งมิได้แจ้งขออนุญาตออกปฏิบัติการต่อหน่วยต้นสังกัด ถือเป็นการกระทำโดยพลการและแทรกแซงการปฏิบัติการฉุกเฉินโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ที่ได้สั่งการให้ปฏิบัติการฉุกเฉิน ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน

กพฉ. เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจฝ่าฝืน ข้อ 7 ของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ หรือข้อจำกัดของผู้ปฏิบัติการในการปฏิบัติการฉุกเฉินตามคำสั่งการแพทย์หรือการอำนวยการ พ.ศ. 2566 แนบท้ายประกาศในหัวข้อรายการปฏิบัติการแพทย์ ข้อ 16.10 ประกอบมาตรา 29 (1) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน กพฉ. จึงมีมติสั่งปรับทางปกครอง ตามมาตรา 37 ในอัตรา 50,000 บาท ตามความเหมาะสมของพฤติการณ์ เพื่อย้ำหลักการปฏิบัติการฉุกเฉินภายใต้การอำนวยการหรือคำสั่งทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้พิจารณาอีกกรณีหนึ่ง หน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐานในพื้นที่ จังหวัดระยอง ออกปฏิบัติการฉุกเฉินโดยใช้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ผู้ขับขี่มิใช่ผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน ไม่มีใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย และรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินคันดังกล่าวก็มิได้รับอนุญาตให้ใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรน อีกทั้ง ยังไม่ควบคุมกำกับดูแลให้มีชุดปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ กพฉ. กำหนด นั่นคือ ผู้ปฏิบัติการจะต้องมีประกาศนียบัตรหรือประกาศนียบัตรยังไม่หมดอายุ และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติการตามกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางออกปฏิบัติการฉุกเฉิน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเหตุดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญาโดยพนักงานสอบสวนอีกส่วนหนึ่งแล้ว

กพฉ. เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการ จงใจฝ่าฝืน ข้อ 5 (4) (8) ข้อ 6 (2) ของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ประเภท ระดับ อำนาจหน้าที่ ขอบเขตความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของหน่วยปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 มาตรา 29 (1) แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 กพฉ. จึงมีมติสั่งปรับทางปกครอง ตามมาตรา 37 ในอัตรา 50,000 บาท

กพฉ. ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายและยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินทั่วประเทศ มิใช่เพียงเพื่อการลงโทษ แต่เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินในอนาคต

ท้ายที่สุด กพฉ. ย้ำว่า “ทุกวินาทีของเหตุฉุกเฉินมีค่า” การปฏิบัติการที่ถูกต้องตามระบบไม่เพียงช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคมโดยรวม เพราะระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เข้มแข็ง เกิดจากความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน และต้องยึดชีวิตของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางเสมอ

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข

ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข