กทม-สาธารณสุข
ดุลยภาพของคนรักสัตว์ ต้องเริ่มต้นจากความเมตตาต่อสัตว์และเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองก่อนเสมอ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 31 มีนาคม 2569 นับตั้งแต่พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ประกาศบังคับใช้กระแสตื่นตัวเรื่องสัตว์ ความขัดแย้งของคนและสัตว์ สิทธิสัตว์ การคุ้มครองสัตว์ กระแสคนรักสัตว์รวมตัวเรียกร้องกรณีต่างๆ รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสัตว์นั้นก็เกิดขึ้นมามากมายที่ถูกต้องตามกฎหมายและเฉพาะกิจ จนบางครั้งบางเหตุการณ์ก็เกิด กระแสการล่าแม่มด การตั้งศาลเตี้ยในโซเซียลมีเดีย
นักข่าวได้สอบถามเรื่องดังกล่าว กับ ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และหนึ่งในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ โดยได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า สำหรับแนวทางการต่อสู้หรือการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ แต่ละคนแต่ละองค์กรก็มีแนวทางที่แตกต่างกัน ส่วนตัวเคารพทุกความแตกต่างนั้น แต่ในฐานะเลขาธิการ TSPCA ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินงานเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ กว่า 32 ปี โดยจุดยืนของ TSPCA คือ การแก้ไขปัญหาด้วย “สันติวิธี” โดยใช้กระบวนการ “ทางกฎหมาย” สำหรับที่ผ่านมา TSPCA เป็นผู้นำภาคประชาชนในการผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 จนสำเร็จ ซึ่งเมื่อมีกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว ก็ควรใช้กฎหมายในการสร้างบรรทัดฐาน ให้เกิดความเป็นธรรม สร้างความสมดุล ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
การที่กฎหมายจะมีประสิทธิภาพ คือสังคมต้องมองว่ากฎหมายเป็นธรรมทั้งต่อคนและต่อสัตว์ อย่างมีดุลยภาพ และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณสัตว์ฯ เจ้าของสัตว์ต้องตระหนักรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลสัตว์ของตนด้วยการจัดสวัสดิภาพอย่างเหมาะสม ตามชนิดและประเภท รวมถึงการดูแลการเคลื่อนย้ายขนส่งสัตว์ การจัดสัตว์เพื่อการแสดง รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ให้ตลอดอายุขัย การนำสัตว์ไปปล่อยละทิ้งอย่างไม่เหมาะสม ก็ย่อมมีความผิดกฎหมาย ส่วนองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปศุสัตว์ ก็มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลสัตว์จรจัดในพื้นที่ของตน ให้ได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดี ตามกฎหมาย
สำหรับการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ ปัญหาหลายประการก็เกิดขึ้นระหว่างคนกับคนมากกว่า โดยสัตว์อาจเป็นเครื่องมือในการกล่าวอ้าง ก็เป็นได้ และกระแสการเรียกร้องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในขณะนี้ ส่วนตัวก็ถือว่าเป็น สิทธิของบุคคลและกลุ่มบุคคลที่สามารถแสดงออกได้ ตราบใดที่ยังไม่กระทบสิทธิผู้อื่นและอยู่ในกรอบกฎหมายก็ย่อมทำได้
อีกทั้งส่วนตัวกลับมองว่า กระแสความรุนแรงสุดโต่งในเรียกร้อง ที่ขาดเหตุผลกลางและข้อเท็จจริงบนพื้นฐานหลักการและกฎหมาย ไม่สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ที่ต่อเนื่องยั่งยืนได้ แม้มักจะอ้างเรื่องความเมตตาต่อสัตว์ เพราะจริงๆ แล้ว ความเมตตาต้องมาควบคู่กับความรับผิดชอบทางสังคมของเจ้าของสัตว์ ถึงจะเป็นความเมตตาที่แท้จริง ไม่ใช่ความเมตตาแค่ทางอารมณ์ความรู้สึกอย่างเดียว ที่แต่ละคนอาจมีมาตรฐานทางอารมณ์ไม่เท่ากัน
สำหรับการเคลื่อนไหวการเรียกร้องต่างๆ ของแต่ละกลุ่ม บางครั้งก็อาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน จากประสบการณ์หลายครั้งอาจจะมีพลังความเมตตาสัตว์ที่บริสุทธิ์ส่วนหนึ่ง เป็นพลังน่ายกย่องในการเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้กับสัตว์ ที่ไม่มีโอกาสพูดแทนเขาเหล่านั้นได้เลย แต่หลายกรณีกระแสการเรียกร้องอาจเคลือบแฝงด้วยผลประโยชน์บางประการ เช่น ชื่อเสียง เงินบริจาค ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่ทับซ้อน กับการอนุรักษ์หรือการนำความทุกข์ทรมานของสัตว์มาใช้ หรือแม้แต่การตอบสนองความต้องการ เพียงเพื่อความสะใจ ในเชิงอำนาจและผลทางจิตใจบางประการ หรือร้ายแรงกว่านั้น คือการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศชาติ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ของชาติที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างมาแล้ว
แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม “ดุลยภาพ” ทางสังคม อย่างไรต้องมีด้วยกระบวน”การมีส่วนร่วม”ของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาเรื่องสัตว์ วิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการเลี้ยงสัตว์ของตนเอง ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น สัตว์จรจัดต้องมีเจ้าของ ราชการส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการ ตามหลักการที่ถูกต้องในการดูแลสัตว์เหล่านั้น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนและสัตว์ป่า ก็ต้องใช้แนวทาง “ถ้อยทีถ้อยอาศัย” โดย “การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น” คนในชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาในท้องถิ่นของตนเองได้
“การล่าแม่มด” หรือ “ศาลเตี้ย” ในโซเชียลมีเดีย (Social Media) บางกรณีอาจปลุกกระแสสังคมได้ แต่บางกรณีก็เป็นเหมือน “ดาบสองคม” ที่ลงโทษบุคคล ที่เขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือแม้แต่เข้ากระบวนการยุติธรรมก่อน หนำซ้ำหลายกรณีอาจจะโดน ด่าทอ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ถึงตนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม
ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนรักสัตว์ ส่วนตัวคิดว่า “ต้องเริ่มต้นจากคนรักสัตว์ที่มีความเมตตาต่อสัตว์ อยู่บนพื้นฐานควรมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองก่อนเสมอ “ถึงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการสร้าง “ดุลยภาพ” ได้อย่างยั่งยืน ต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
“ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ” ขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่ระบบอาหารสุขภาวะ 13:28 น.- ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง "ป้องกัน"โรคไข้กาฬหลังแอ่น 08:05 น.
- “พัฒนา” กางแผนเตรียมพร้อมดูแล ปชช. ช่วงวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลาง เผยใช้ Telemedicine ลดค่าเดินทางแล้ว 174 ล้านบาท 17:01 น.
- รพ.พระรามเก้า ร่วมโครงการ “SPEAR H : HealthTech Accelerator”หนุนสตาร์ตอัปเฮลธ์เทคไทยสู่การใช้งานจริง 14:12 น.
- “โลกปั่นป่วน อาจถึงคราวยาขาดแคลน ‘วิทยาลัยเภสัชสมุนไพร อย.–อภัยภูเบศร’ ผนึกกำลัง เปิดสูตรเอาตัวรอด ชู “สมุนไพรใกล้ตัว” ทางรอดสุขภาพไทย แต่ต้องใช้ให้ถูกและปลอดภัย 15:22 น.



