วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 04:46 น.

กทม-สาธารณสุข

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดโครงการ “Blood Next Gen พลังคนรุ่นใหม่...ส่งต่อชีวิตด้วยการให้” โดยมี “แนะnow” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ เดินสาย 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ชวนเยาวชนอายุ 17 ปี รู้จักจุดแข็งของตนเอง ผ่านแนวคิด “4 บ้านพรสวรรค์” ก่อนต่อยอดสู่การมีส่วนร่วมในภารกิจบริจาคโลหิตตามความถนัดของแต่ละคน

โลหิต เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วย เปรียบเสมือนยารักษาโรค ที่ปัจจุบันยังไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใด ๆ สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ ต้องได้รับบริจาคจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ต้องมีโลหิตสำรองคงคลังอย่างน้อย 3,000 ยูนิตต่อวัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงต้องมีการจัดโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ผู้บริจาคโลหิตสามารถบริจาคโลหิตได้ ทุก ๆ 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง ซึ่งจะทำให้มีปริมาณโลหิตสม่ำเสมอและเพียงพอ แก่ความต้องการใช้ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ และแม้ว่าความต้องการโลหิตยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนผู้บริจาคโลหิตในกลุ่มเยาวชนกลับลดลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 10.24 ในปี 2566 เหลือเพียงร้อยละ 8.70 ในปี 2568 สะท้อนความจำเป็นในการสร้างผู้บริจาครุ่นใหม่ตั้งแต่ต้นทาง

 

 

โดยกลุ่มเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญของคลังเลือดในระยะยาว เพราะเป็นวัยที่สามารถบริจาคโลหิตได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุด ตั้งแต่อายุ 17 ปีไปจนถึง 70 ปี การปลูกฝังความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการบริจาคโลหิตตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เยาวชนเติบโตขึ้นเป็นผู้บริจาคโลหิตประจำอย่างยั่งยืน และกลายเป็นเครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่ช่วยส่งต่อการให้ในสังคมได้อย่างไม่ขาดสาย

โครงการ Blood Next Gen จึงชวน แนะnow เข้ามาเติมมิติ “การรู้จักตัวเอง” ให้กับภารกิจนี้ โดยมี นางสาวรุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม หรือ “ครูพี่บิม” พิธีกรและผู้ดำเนินการโครงการ แนะnow รับหน้าที่เดินทางไปสอนนักเรียนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 17 ปี ก่อนที่จะมีการออกหน่วยรับบริจาคโลหิต เพื่อให้เยาวชนเข้าใจประโยชน์และความสำคัญของการบริจาคโลหิต พร้อมค้นหาว่าตัวเองมีความถนัดแบบไหน ผ่านแนวคิด 4 บ้านพรสวรรค์ อันเป็นหัวใจของ “แนะnow”

 

 

นางสาวรุสนันท์ หรือ “ครูพี่บิม” กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นอีกตัวอย่างของการนำแนวคิดการรู้จักตัวเองผ่าน 4 บ้านพรสวรรค์ของ แนะnow มาประยุกต์ใช้กับประเด็นสังคม เพื่อให้เยาวชนเห็นว่า ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ในแบบของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีความถนัดและความสามารถแตกต่างกัน เมื่อเรารู้จักตัวเองและเข้าใจว่าศักยภาพของเราทำอะไรได้บ้าง เราจะเห็นทันทีว่าตัวเองมีที่ทางในการช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร การบริจาคโลหิตก็เช่นกัน ไม่ใช่ทุกคนต้องทำเหมือนกันหมด แต่ทุกคนมีบทบาทของตัวเองที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จได้”

แนวคิด 4 บ้านพรสวรรค์แบ่งคนออกตามความถนัด และเมื่อนำความถนัดนั้นมาเชื่อมกับภารกิจของ Blood Next Gen ก็จะช่วยให้เยาวชนเห็นภาพชัดเจนว่าตัวเองจะเป็นฟันเฟืองแบบไหนได้บ้าง

  • บ้านสมอง นักคิดและนักวิเคราะห์ เหมาะกับการวางแผนข้อมูลในการจัดหาโลหิต ออกแบบหน่วยรับบริจาคโลหิตในโรงเรียน
  • บ้านใจ ผู้สนับสนุนและดูแลผู้อื่น เหมาะกับการดูแลผู้มาบริจาค
  • บ้านปาก นักสื่อสารและนักโน้มน้าวใจ เหมาะกับการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ชวนบริจาคโลหิตผ่านเพื่อนและสื่อโซเชียล
  • บ้านมือ นักลงมือทำ พร้อมช่วยงานอาสา จัดรูปแบบการรับบริจาคโลหิตในโรงเรียน และก้าวสู่การเป็นผู้บริจาค

ไม่เพียงค้นหาบ้านพรสวรรค์ของตัวเอง เยาวชนยังได้ลองลงมือทำจริงผ่านภารกิจเล็ก ๆ ที่เลือกได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการชวนคนรอบตัวมาบริจาคโลหิต การทำสื่อให้ความรู้ การเป็นอาสาสมัครประจำหน่วย ไปจนถึงการบริจาคโลหิตด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ แต่โครงการมุ่งหวังสร้างประสบการณ์จิตอาสาที่ช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้คุณค่าของการเป็น “ผู้ให้” และเข้าใจว่า โลหิตเพียงหนึ่งถุง สามารถต่อชีวิตให้ผู้ป่วยได้หลายคน

“เราอยากให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการบริจาคโลหิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าเด็กคนหนึ่งค้นพบว่า ตัวเองมีคุณค่า และเริ่มต้นการเป็นผู้ให้ตั้งแต่อายุ 17 ปี นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ให้ตลอดชีวิต” ครูพี่บิม กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์โครงการ Blood Next Gen ได้ที่ https://thaibloodcentre.redcross.or.th หัวข้อข่าวสารประชาสัมพันธ์ สื่อและหลักสูตรสำหรับเยาวชน หรือเฟซบุ๊ก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และสามารถติดตามกิจกรรมอื่น ๆ ของแนะnow ได้ทางเฟซบุ๊ก NaenowOfficial

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข

ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข