วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:27 น.

กทม-สาธารณสุข

สธ. เดินหน้า “Smile Thailand 2570 สุขภาพดี เริ่มที่ช่องปาก” ชูดิจิทัลทันตกรรม ลดเหลื่อมล้ำ มุ่งคนไทยสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.

สธ. เดินหน้า “Smile Thailand 2570 สุขภาพดี เริ่มที่ช่องปาก” ชูดิจิทัลทันตกรรม ลดเหลื่อมล้ำ มุ่งคนไทยสูงวัยอย่างมีคุณภาพ



​กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนไทย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายใต้แนวคิด “Smile Thailand 2570 สุขภาพดี เริ่มที่ช่องปาก” โดยต่อยอดจากการจัดงานรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

 


​นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ นับเป็นโอกาสสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขจะได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่า ด้วยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการส่งเสริม ป้องกัน และดูแลรักษาโรคในทุกช่วงวัย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดี อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนสืบไป นโยบาย “Smile Thailand 2570” มุ่งขับเคลื่อน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ปฐมภูมิยุคใหม่ เชื่อมคนไทยใกล้หมอฟัน พัฒนาบริการทันตกรรมปฐมภูมิ ระบบทันตกรรมทางไกล และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ 2) Oral Longevity ยิ้มสวยทุกขวบปี เริ่มที่ซี่แรก ส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากตั้งแต่ฟันซี่แรกตลอดช่วงวัย พัฒนาการดูแลเฉพาะบุคคลและบริการทันตกรรมที่บ้าน พร้อมเร่งรัดบริการใส่ฟันเทียมสำหรับผู้สูงอายุ และ 3) สร้างยิ้มที่เท่าเทียม เพื่อคนไทยเท่ากัน ขยายบริการสุขภาพช่องปากให้คนพิการ ผู้ต้องขัง และผู้มีภาวะพึ่งพิง


​นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมุ่งมั่นทำให้ระบบทันตกรรม ปฐมภูมิเข้มแข็ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับบริการด้านสุขภาพช่องปาก ทั้งการคัดกรอง เฝ้าระวัง ส่งเสริมทันตสุขภาพ และทันตกรรมป้องกัน โดยดิจิทัล และ AI เทคโนโลยี เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงบริการทันตกรรรมได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมป้องกัน การจัดการโรคในระยะแรกไม่ให้ลุกลาม การจัดบริการทางไกล (Tele-dentistry) ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญคือให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น ที่รับถ่ายโอนภารกิจด้านปฐมภูมิ และ รพ.สต. รวมถึง การยกระดับทีมหมอปฐมภูมิทั้งทันตาภิบาล ทันตแพทย์ รวมไปถึง อสม.ที่จะผสานทีมร่วมกันในการดูแลสุขภาพประชาชนในระดับครอบครัวและชุมชน


​ทั้งนี้ การจัดงานรณรงค์ “คนไทยฟันดี สดุดีสมเด็จย่า” มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน พร้อมกิจกรรมเสวนาวิชาการและนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพช่องปาก 6 โซน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานด้านทันตสาธารณสุข และร่วมขับเคลื่อนสุขภาพช่องปากของคนไทยให้ดีอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เพราะ “สุขภาพดี เริ่มที่ช่องปาก”

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข