วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569 04:40 น.

อาชญากรรม

หลานนายก อบต.เกาะกูดมอบตัว คดีขนอาวุธสงครามข้ามแดน ผบก.ตราดสอบเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 21.52 น.

ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชาเข้าจังหวัดตราด เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.แหลมงอบ หลังหลบหนีไปอยู่ในกัมพูชาประมาณ 2 เดือน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราดเข้าสอบปากคำด้วยตนเอง พร้อมยืนยันเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้ที่อาจเกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายศักดิ์รินทร์ จันทร์อบ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตราดในคดีลักลอบขนอาวุธสงคราม เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.แหลมงอบ โดยมีนายเดชาธร จันทร์อบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด ซึ่งเป็นอาของผู้ต้องหา พาเข้ามอบตัว หลังหลบหนีไปอยู่ในประเทศกัมพูชาประมาณ 2 เดือน

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 หลังตำรวจน้ำแหลมงอบประสานข้อมูลข่าวกรองร่วมกับกองทัพเรือ ติดตามเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยที่ลักลอบขนอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย เป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน บริเวณท่าเรือดิเรก ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด พร้อมตรวจยึดปืนเล็กยาวอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนหลายขนาดรวมกว่า 21,000 นัด และซองกระสุน 102 ซอง

 

 

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ขยายผลสืบสวน เนื่องจากเชื่อว่าอาจมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการลำเลียงอาวุธครั้งนี้ พร้อมติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่าย

ภายหลังเข้ามอบตัว ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แหลมงอบ รับตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผู้กำกับการ สภ.แหลมงอบ สอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมในการลักลอบขนอาวุธสงครามตามข้อกล่าวหา

ต่อมา พ.ต.อ.จุมพฏ รายงานความคืบหน้าให้ พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด รับทราบ ขณะอยู่ระหว่างประชุมที่จังหวัดชลบุรี ก่อนที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราดจะเดินทางกลับมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองในเวลา 17.30 น.

เวลา 18.15 น. พล.ต.ต.ปรารถนา พร้อมด้วย พ.ต.อ.จุมพฏ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับความคืบหน้าคดี โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

 

 

พล.ต.ต.ปรารถนากล่าวว่า คดียังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบอีกหลายส่วน โดยเฉพาะคำให้การของผู้ต้องหาแต่ละรายที่มีข้อมูลขัดแย้งกัน พนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยไม่อาจสรุปความผิดจากคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การพาดพิงบุคคลหนึ่งซึ่งอยู่ในเรือนจำว่าเป็นผู้กระทำความผิดทั้งหมด ขณะที่บุคคลดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบคำให้การของทุกฝ่ายประกอบกับพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน

ส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปอยู่ในประเทศกัมพูชา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราดระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยประสานขอมอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ติดปัญหาสถานการณ์การสู้รบ ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ กระทั่งมีการประสานผ่านผู้ใหญ่ให้เข้ามอบตัว และเจ้าหน้าที่รับตัวตามขั้นตอนกฎหมาย

 

 

สำหรับการดำเนินคดี ต้นฉบับระบุว่าพนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ส่วนการขอประกันตัวในชั้นศาลเป็นอำนาจพิจารณาของศาล ขณะที่สำนวนคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนฝากขัง

พล.ต.ต.ปรารถนาย้ำว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนร่วมในการลักลอบขนอาวุธสงครามหรือเกี่ยวข้องกับเครือข่าย จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานโดยไม่ละเว้น

หน้าแรก » อาชญากรรม