วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:46 น.

ภูมิภาค

เตือนภัยน้ำท่วมชายแดน ผวาพัด "ทุ่นระเบิด" โผล่บ้านกรวด

วันศุกร์ ที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 20.41 น.

ผวา "ทุ่นระเบิด-ระเบิดคลัสเตอร์" โผล่ชายแดนไทย-กัมพูชา เขมรเตือนน้ำท่วมกัดเซาะพัดพาเคลื่อนย้าย

บุรีรัมย์ — ชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด ยื่นระดับความระมัดระวังขั้นสูงสุด หลังศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) ออกเตือนสถานการณ์น้ำท่วมอาจกัดเซาะหน้าดินจนเปิดตำแหน่งทุ่นระเบิดและระเบิดคลัสเตอร์ตกค้าง พร้อมหวั่นกระแสน้ำพัดพาวัตถุระเบิดเคลื่อนย้ายเข้าเขตชุมชน ด้านอดีตทหารพรานวัย 63 ปี ชี้ต้องไม่ประมาท แม้เชื่อว่าวัตถุระเบิดหนักเกินกว่าจะลอยน้ำได้ง่ายก็ตาม

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานปฏิบัติการต่อต้านทุ่นระเบิดและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของกัมพูชา (CMAA) ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากกระแสน้ำอาจกัดเซาะหน้าดินจนทำให้ทุ่นระเบิดและระเบิดลูกหว่าน (ระเบิดคลัสเตอร์) ที่ตกค้างจากการปะทะในอดีตถูกเปิดเผยตำแหน่ง หรืออาจถูกแรงน้ำพัดพาเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมไปสู่อาณาบริเวณใหม่ซึ่งไม่มีการทำเครื่องหมายเตือนภัยไว้

ขณะที่ นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) อ้างว่า ทั่วประเทศกัมพูชามีระเบิดคลัสเตอร์ตกค้างจากความขัดแย้งในอดีตประมาณ 6–7 ล้านลูก ครอบคลุมพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 1.8 ล้านไร่ ใน 349 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 350,000 คน รวมถึงกระทบต่อสถานที่สำคัญ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล วัด บ้านเรือน และพื้นที่ทำกินทางการเกษตร

 

 

จากการลงพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาวบ้านสายโท 1 ใต้ อดีตทหารพรานซึ่งเคยประสบเหตุถูกทหารกัมพูชาข้ามแดนไล่ยิงขณะเข้าไปหาอึ่งบริเวณอ่างเก็บน้ำสายโท 3 ใต้ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ข่าวการแจ้งเตือนดังกล่าวทำให้ชาวบ้านที่ต้องเข้าไปเก็บของป่าและหาเห็ดตามแนวชายแดนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

 

 

นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้มีประสบการณ์ด้านยุทธวิธีทหาร ส่วนตัวมองว่าทุ่นระเบิดและระเบิดลูกหว่านมีน้ำหนักมาก ไม่น่าจะลอยมากับกระแสน้ำได้ง่ายนัก แต่การที่หน้าดินถูกกัดเซาะจนระเบิดโผล่พ้นดิน หรือการไหลของดินทับซ้อน (Erosion/Landslide) ถือเป็นความเสี่ยงจริง ดังนั้นเมื่อมีการแจ้งเตือน ประชาชนจึงไม่ควรประมาทเด็ดขาด

 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนตามแนวชายแดน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ป่าทึบหรือพื้นที่เสี่ยงที่ไม่คุ้นเคย หากพบวัตถุสงสัยหรือสิ่งแปลกปลอม ห้ามสัมผัส โยน หรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด และให้รีบแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบทันที

หน้าแรก » ภูมิภาค