วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 01:59 น.

การศึกษา

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี จำกัดเดินหน้าแก้ปัญหาให้สมาชิก สร้างสวัสดิการคืนกำไรสมาชิกกว่า 7,000 คน

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.24 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565  ว่าที่ร้อยตรี สุรชัย ภัทราภรณ์ไพบูลย์ รองประธานฯสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี เปิดเผยว่า  “นโยบายหลักๆ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี จํากัด เราสนับสนุนการออม ส่งเสริมการลงทุน และค้ำจุนเงินกู้ อุ้มชูด้วยสวัสดิการ คือหลักสำคัญเรื่องของการออมถือว่าเป็นหลักของสหกรณ์ เพราะเป็นออมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นทุนในการดำรงชีวิต วันนี้มีทุนอยู่หลายๆ ตัวที่สหกรณ์สนับสนุนให้กับสมาชิก ที่มีความพร้อม และค้ำจุนเงินกู้ เรื่องของเงินกู้จะเป็นเรื่องของการที่เมื่อกู้เงินไปแล้ว  จะต้องมีหลักประกันที่ผ่านมา ต้องใช้บุคลากรที่เป็นสมาชิกด้วยกันมาค้ำประกัน ซึ่งในอนาคตในส่วนของเงินกู้ต่างๆอาจจะใช้การค้ำประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ 

ส่วนเรื่องสวัสดิการเราก็จัดให้กับสมาชิกทุกคน บางสวัสดิการก็ให้เปล่าไปเลย เช่น กรณีเสียชีวิต กรณีมีบุตร จะได้รับสวัสดิการจากทางสหกรณ์ฟรีๆ ปัจุจบันเรามีสวัสดิการอยู่ 2 กองทุน ให้สมาชิกเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อให้สมาชิกได้รับเงินกลับคืนไป เช่นการคุ้มครองในเรื่องสินเชื่อต่างๆ ปัจจุบัน สหกรณ์จัดสรรเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ 7,000 กว่าคน และถือว่าเป็นพัฒนาการ 57 ปี ซึ่งเมื่อเทียบเป็นอัตราความเจริญเติบโตก็ถือว่าสหกรณ์มีความก้าวหน้าสูงมาก 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเป็นที่ทราบกันว่าครูมีหนี้สินสูงมาก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการช่วยเหลือเรื่องหนี้สินของสมาชิกหลักๆ คือ 1.การรีไฟแนนซ์ 2.ดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 6 กว่า 13 ปีที่เรายังยืนหยัดในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ผมคิดว่าการทำดอกเบี้ยให้ต่ำเป็นการสร้างรายได้ให้กับสมาชิก โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ สมาชิกที่ขอกู้เงิน ถึงสหกรณ์จะมีกำไรลดลงก็ไม่เป็นไร แต่เราถือว่าถ้าเราลดอัตราดอกเบี้ยลง ยกตัวอย่างเช่น 1 ล้านบาทถ้าเราลดดอกเบี้ยเป็น 1 บาทสมาชิกก็จะลดดอกเบี้ยไป 10,000 บาท ต่อปี ปัจจุบันสมาชิกครูมีหนี้เยอะคนหนึ่ง 3 ล้านก็จะลดไป 3 หมื่นบาทต่อปี คือการที่สหกรณ์ช่วยให้มีการรวมหนี้มาที่สหกรณ์และให้ดอกเบี้ยต่ำให้กับสมาชิก สมาชิกจะได้มีเงินเหลือเพื่อไว้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 

สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี จำกัด เป็นศูนย์กลางทางการเงินให้กับสมาชิกที่รวมหนี้ ไว้ที่สหกรณ์ที่เดียว เพื่อตอบโจทย์การบริหารหนี้ของ สมาชิกครูจันทบุรี ทั้งระบบ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรี จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีสมาชิกแรกตั้ง 355 คน ปัจจุบันย่างเข้าปีที่ 57 มีสมาชิก 7,213 คน มีทุนดำเนินงานแรกตั้ง 0.44 ล้านบาท ปัจจุบันมีทุนดำเนินงานประมาณ11,454.91 ล้านบาท กำไรสุทธิเมื่อแรกตั้ง 0.001 ล้านบาท ปัจจุบันมีกำไรสุทธิ อยู่ที่  300 กว่าล้านเศษ  มีการประกอบธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสมาชิกอยู่ 3 ประเภท 1.เงินกู้สามัญ 2.เงินกู้พิเศษ 3. เงินกู้ฉุกเฉิน นอกจากเงินกู้แล้วสหกรณ์ยังมีการทำธุรกิจด้านค้ำจุนเงินกู้ ซึ่งเน้นเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิก สหกรณ์ได้ให้ความสำคัญแก่สมาชิกผู้กู้ยืมเงิน

ทั้งนี้ นอกจากกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราต่ำและมุ่งมั่นที่จะจัดสรรเงินเฉลี่ยคืน ในอัตราที่เหมาะสมเพื่อเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้กับสมาชิกผู้กู้ยืมเงินแล้ว สหกรณ์ยังมีกองทุนไว้รองรับ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกผู้กู้กรณีเสียชีวิต และยังมีหนี้เงินกู้อยู่กับสหกรณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเอื้ออาทรแก่ครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต โดยแยกเป็นสองกองทุน กองทุนแรกเรียกกว่า เงินที่สหกรณ์ช่วยเหลือสมาชิกทุกคน ได้แก่ เงินจากกองทุนประกันชีวิตสมาชิก ที่ช่วยตัดหนี้เงินกู้สามัญคงเหลือ ร้อยละ 20 สูงสุด 1แสนห้าหมื่นบาท แต่ไม่น้อยกว่า 1หมื่นบาท สำหรับสมาชิกที่ไม่มีหนี้เงินกู้สามัญ จัดเป็นสวัสดิการให้ 1หมื่นบาท 2.เงินกองทุน 2 กองทุน ได้แก่กองทุนสวัสดิการเพื่อความมั่นคงสหกรณ์  สหกรณ์จะให้สิทธิ์คุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท และกองทุนเอื้ออาทรได้รับสิทธิ์คุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท แต่ซึ่งสมาชิกต้องไม่กระทำการใดใด ที่ผิดระเบียบ ของ 2 กองทุน ดังกล่าว โดยสหกรณ์แห่งนี้ ไม่เพียงแต่ปล่อยกู้ แต่ยังจัดสวัสดิการ ให้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ มีทั้ง เงินสงเคราะห์จากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ฯ เงินประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อเพื่อค้ำประกันเงินกู้ 

 นอกจากนี้สหกรณ์ยังมีสวัสดิการด้าน อุ้มชูสวัสดิการ ซึ่งเป็นเงินสวัสดิการที่จัดให้สมาชิกในลักษณะให้เปล่าทั้งตอนมีชีวิต และเมื่อตอนเสียชีวิต จึงจะเห็นได้ว่าสหกรณ์แห่งนี้ถือเป็นต้นแบบของสหกรณ์ขนาดใหญ่ ที่มีสินทรัพย์จำนวนมหาศาลแต่ไม่ลืมที่จะดูแลเจ้าของสหกรณ์ นั้นก็คือสมาชิกนั้นเอง

ด้านนางอัจรา จันทร์รักษ์ ผู้จัดการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจันทบุรีกล่าวว่าในการบริหารจัดการของคณะกรรมการนั้น ปัจจุบันคณะกรรมการอยู่ในชุดที่ 57 ปัจจุบันสหกรณ์มีสมาชิกกว่า 7,000 คน เป็นสมาชิกสามัญอยู่ 6,800 คน และสมาชิกสมทบประมาณ 200 - 300 คน โดยทุนดำเนินงานถือเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่เนื่องจากมีทุนการดำเนินงานเกิน1หมื่นกว่าล้านบาท โดยในส่วนของการปล่อยกู้จะเน้นเรื่องของการออมก่อน เพราะการก่อตั้งสหกรณ์เป็นเรื่องของการออม แต่เมื่อสมาชิกออมเสร็จแล้วก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการใช้เงิน ก็มาเรื่องของการกู้ ซึ่งสมาชิก 1 คนสามารถกู้ได้ในวงเงิน 2 ล้านห้าแสนบาท กู้ฉุกเฉินอยู่ที่ 2 แสนบาท ส่วนเรื่องสวัสดิการจะมี 2 กองทุนด้วยกัน กองทุนแรก เรียกว่ากองทุนรักษาความมั่นคง ตอนที่สหกรณ์คิดขึ้นมาก็เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก เน้นการกู้ตามอายุการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ เมื่อถึงแก่กรรมเรามีเงินกองทุนเข้าไปช่วย กับทายาทและผู้ค้ำประกันอยู่ประมาณ1ล้านบาท ซึ่งกองทุนฯตรงนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ 4,000 คน กองทุนนี้ตั้งตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันบริหารงานมา 10 กว่าปี 

เรื่องของกองทุนเราก็จ่ายให้กับคนที่ถึงแก่กรรมไป หลายร้อยรายมาก สมาชิกที่จะกู้ในเรื่องของกองทุนนี้ มีเงื่อนไขว่า การส่งเงินจะต้องไม่ผิดนัดขอเงินงวดชำระหนี้ คือไม่ผิดนัดไม่ผิดระเบียบ จึงจะได้เงินสวัสดิการตัวนี้ไป กองทุนที่ 2 เรียกว่ากองทุนเอื้ออาทร กองทุนเอื้ออาทรเราจะให้กับสมาชิกที่เป็นข้าราชการ กู้สามัญเต็มสิทธิ์ก่อนแล้วจึงจะสามารถกู้กองทุนที่ 2 ได้ไม่เกิน1ล้านห้าแสนบาท หากถึงแก่กรรมจะช่วยไม่เกิน 1 ล้านบาท