วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 00:37 น.

การศึกษา

พระเข้าอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ร่วมปลูกต้นไม้ที่เขาค้อตามศาสตร์พระราชา หวังคนไทยพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.06 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2565   เวลา 09.09 น. พระโสภณวชิราภรณ์,ดร. อัคคมหาบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ  เป็นประธานพิธีปลูกต้นไม้ตามโครงการศาสตร์พระราชา เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จัดโดยส่วนธรรมนิเทศ ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มจร โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ผู้เข้ารับการอบรมโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่28  สมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดจันทบุรีตราด วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี ที่เนินเขาศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน มจร ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

"วราวุธ" เชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2565 ที่ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม จึงอยากเชิญชวนประชาชนและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมกันปลูกต้นไม้ โดยได้จัดเรียงกล้าไม้พันธุ์ดีไว้แจกจ่ายสามารถขอรับได้ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกและประเทศไทยประสบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ซึ่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและอื่นๆในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องช่วยกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะ และลดฝุ่นละอองที่เกิดจากหมอกควัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีให้ได้ร้อยละ 55 ภายในปี 2580 ทั้งพื้นที่ป่าธรรมชาติ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 

ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่การดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่าในปีดังกล่าว ภาพรวมปี 2564 ไทยมีพื้นที่ป่าไม้กว่า 102 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.59 ของพื้นที่ประเทศ สิ่งสำคัญยังเดินหน้าตามเป้าหมายตามที่ประกาศไว้ปฏิญญากลาสโกว์และตามความตกลงปารีสที่ประเทศไทยเร่งบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065 แล้วยังสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของไทยด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้และที่ดินอย่างยั่งยืนบนเวทีระหว่างประเทศด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาการฟื้นฟูป่ามีความก้าวหน้าระดับหนึ่ง เพราะยังมีอุปสรรคจากกลุ่มคนบางกลุ่มที่ยังลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอยู่ แม้ได้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราและลาดตระเวนเชิงคุณภาพมากขึ้น แต่ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มยังแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ จึงอยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลเพื่ออนุรักษ์และปกป้องป่าไม้สมบัติของประเทศและของคนไทยทุกคน เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีจำนวนไม่เพียงพอกับผืนป่าที่เหลืออยู่หากเฉลี่ยพื้นที่ดูแลเป็นตารางกิโลเมตร