วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 12:05 น.

การศึกษา

เดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ เขย่าภาพจำพุทธเถรวาทในสหรัฐฯ จากศาสนาบนหิ้งสู่ “ศรัทธาที่เดินดิน”

วันเสาร์ ที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.

ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกาถูกจดจำผ่านภาพจำหลักของ “เซน” และ “วัชรยาน” ขณะที่พุทธศาสนาเถรวาทมักถูกมองว่าเป็นศาสนาของผู้อพยพหรือถูกลดทอนเหลือเพียงเทคนิคการเจริญสติในเชิงจิตวิทยา อย่างไรก็ตาม ระหว่างปี ค.ศ. 2019–2026 ได้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่กำลังรื้อสร้างภาพจำดังกล่าว นั่นคือ “การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ” (Walk for Peace) ของคณะสงฆ์เถรวาทบนถนนหลวงและเส้นทางประวัติศาสตร์ทั่วสหรัฐฯ

การปรากฏตัวของพระสงฆ์ห่มจีวรสีกรัก เดินเท้าอย่างสงบ ท่ามกลางสภาพอากาศและโครงสร้างพื้นฐานที่ท้าทาย ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นการนำธรรมะออกจากพื้นที่ปิด เช่น วัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม สู่พื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวาอย่าง “ท้องถนน” ปรากฏการณ์นี้ถูกนักวิชาการอธิบายผ่านแนวคิด “ศาสนาที่มีชีวิต” (Lived Religion) และ “ธรรมะที่จับต้องได้” (Tangible Dhamma) ซึ่งทำให้คำสอนทางพุทธศาสนากลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถมองเห็น สัมผัส และมีส่วนร่วมได้โดยตรง

หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางคือ การเดินเท้าข้ามทวีปของพระสุธรรม นทีทอง จากชายฝั่งตะวันตกสู่ตะวันออกของสหรัฐฯ การเดินทางดังกล่าวทำให้หลักธรรมอย่าง “ขันติ” และ “เมตตา” ไม่ได้อยู่ในรูปของถ้อยคำเทศนา แต่ปรากฏผ่านร่างกายที่กรำแดดตากฝน จังหวะก้าวเดินที่สม่ำเสมอ และความสงบที่ส่งต่อถึงผู้พบเห็น ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า เพียงได้เห็นพระสงฆ์เดินอย่างอดทน ก็เข้าใจความหมายของธรรมะได้โดยไม่ต้องเปิดอ่านคัมภีร์

นักวิชาการยังชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับทฤษฎี “การรู้คิดผ่านร่างกาย” (Embodied Cognition) ซึ่งมองว่าความเข้าใจของมนุษย์เกิดจากประสบการณ์ทางกายภาพ การเดินธรรมยาตราจึงกลายเป็นการ “สื่อสารธรรม” ที่ทรงพลังในสังคมอเมริกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยความเร็ว เมื่อความเชื่องช้าของพระสงฆ์ปะทะกับจังหวะเร่งรีบของรถยนต์บนไฮเวย์ ย่อมสร้างช่องว่างให้ผู้คนหยุดคิด ทบทวน และหันกลับมามองปัจจุบันขณะ

อีกมิติที่โดดเด่นคือ “เสน่ห์ของความดั้งเดิม” (Authenticity) ภาพลักษณ์ของพระป่าเถรวาทที่ดำรงชีวิตอย่างสมถะ สะพายบาตรใบเดียว และไม่ยึดติดวัตถุ กลายเป็นกระจกสะท้อนความรกรุงรังของสังคมบริโภคนิยม ความเรียบง่ายดังกล่าวกลับสร้างแรงดึงดูด โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่แสวงหาความหมายชีวิตนอกกรอบทุนนิยม

การเดินธรรมยาตรายังรื้อฟื้นวัฒนธรรม “ทาน” (Dana) ในบริบทตะวันตก จากเดิมที่การสนับสนุนศาสนามักอยู่ในรูปการบริจาคเงินหรือจ่ายค่าคอร์สปฏิบัติธรรม สู่การให้แบบฉับพลันริมทาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร หรือความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากความประทับใจในความเพียรของพระสงฆ์ น่าสนใจว่าผู้ให้จำนวนมากไม่ใช่ชาวพุทธ หากแต่เป็นคริสต์ มุสลิม หรือผู้ไม่มีศาสนา ซึ่งมองการให้ครั้งนั้นในฐานะการสนับสนุน “ความดีงาม” มากกว่าการสนับสนุนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้ยังเผชิญแรงเสียดทาน ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบเพื่อรถยนต์ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรมในบางพื้นที่ แต่ท่ามกลางอุปสรรค การเดินธรรมยาตราได้จุดประกายการสร้างเครือข่ายวัดป่าสาขา พระสงฆ์ชาวตะวันตก และระบบ “ทานดิจิทัล” ที่ช่วยต่อยอดศรัทธาให้ยั่งยืน

ผู้สังเกตการณ์ด้านศาสนาเห็นตรงกันว่า “การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ” คือหมุดหมายสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนาเถรวาทในสหรัฐอเมริกา ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงปรัชญาหรือเทคนิคภาวนา ไปสู่การเป็น “วิถีชีวิตที่มีตัวตนในพื้นที่สาธารณะ” รอยเท้าของพระสงฆ์บนถนนหลวงจึงไม่ใช่แค่การเดินทางทางกาย หากแต่เป็นการเดินจากโลกของความคิด สู่หัวใจของผู้คนในสังคมตะวันตกอย่างแท้จริง

หน้าแรก » การศึกษา