วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 01:48 น.

การศึกษา

ทลายช่องโหว่ – สินค้าอันตราย ในตลาดออนไลน์! ตรวจ มอก.ก่อนขาย

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 05.15 น.

ทลายช่องโหว่ – สินค้าอันตราย ในตลาดออนไลน์! ตรวจ มอก.ก่อนขาย

 

สภาผู้บริโภคผนึกกำลัง 3 หน่วยงานรัฐ ยกระดับมาตรการคุมเข้มสินค้าออนไลน์ ต้องมีเครื่องหมาย มอก. พร้อมบังคับแพลตฟอร์มเชื่อมระบบ API ตรวจสอบย้อนกลับได้ภายใน 6 เดือน และต้องระงับหรือนำสินค้าที่ผิดกฎหมายออกจากระบบภายใน 24 ชั่วโมง หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดี มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 6 เดือน รวมทั้งเสนอให้แพลตฟอร์มวางเงินหลักประกันเพื่อใช้เยียวยาผู้บริโภคเมื่อเกิดความเสียหาย รับวันสิทธิผู้บริโภคสากล

จากสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่ามีสินค้าจำนวนมากจำหน่ายผ่าน “แพลตฟอร์มออนไลน์” โดยไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และไม่มีเครื่องหมาย มอก. โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง และพาวเวอร์แบงก์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้บริโภค ประเด็นดังกล่าวนำมาสู่การรณรงค์ภายใต้หัวข้อ  “สินค้าปลอดภัย ผู้บริโภคมั่นใจ (Safe Products, Confident Consumer)” ใน วันสิทธิผู้บริโภคสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 15 มีนาคมของทุกปี โดยในปีนี้ สภาผู้บริโภค ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงความร่วมมือ ยกระดับมาตรการกำกับดูแลมาตรฐานและกำหนดแนวทางดำเนินงานเชิงรุก เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าอันตรายและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

 

 

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว หน่วยงานทั้ง 4 แห่ง ได้กำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกัน โดยให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องต่าง ๆ เชื่อมต่อระบบ Application Programming Interface (API) กับฐานข้อมูลของ สมอ.ภายใน 6 เดือน หรือภายในเดือน ส.ค. 2569 เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าที่ได้รับใบอนุญาต มอก.ก่อนนำขึ้นจำหน่าย หากแพลตฟอร์มยังไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ จะต้องมีระบบยืนยันตัวตนผู้ขายและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และหากไม่สามารถระบุตัวผู้ขายได้เมื่อเกิดข้อร้องเรียน แพลตฟอร์มในฐานะผู้ให้บริการตลาดกลางออนไลน์จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังต้องกำหนดมาตรการคัดกรองสินค้าและระงับการขายทันที โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลมีหน้าที่กำกับดูแลร้านค้าไม่ให้จำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และต้องร่วมกับ สมอ.จัดทำบัญชีคำต้องห้าม เพื่อป้องกันการนำสินค้าควบคุมที่ไม่มีใบอนุญาตขึ้นจำหน่าย รวมทั้งกำหนดให้ผู้ขายต้องแสดงเครื่องหมาย มอก. และเลขที่ใบอนุญาตในรูปภาพแรกของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน หากหน่วยงานรัฐ ได้แก่ สมอ. สคบ. หรือ ETDA ตรวจพบสินค้าที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย แพลตฟอร์มจะต้องดำเนินการระงับการจำหน่ายหรือปิดกั้นลิงก์ ทันที พร้อมกำหนดความรับผิดทางกฎหมายต่อทั้งแพลตฟอร์มและผู้ขาย

สำหรับแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 จะต้องจดทะเบียนและวางหลักประกันความเสียหายกับ สคบ. เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการคุ้มครองผู้บริโภค หากพบว่าแพลตฟอร์มปล่อยปละละเลยให้มีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายหรือเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจได้

นอกจากนี้ การแสดงข้อมูล มอก.ที่ไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มยังเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันความร่วมมือครั้งนี้ยังเพิ่มความเข้มงวดด้านบทลงโทษเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน ตั้งแต่การสั่งนำออกจากระบบ หรือ Take Down สินค้าภายใน 24 ชั่วโมง การออกหนังสือเตือน การปรับทางแพ่งและอาญา รวมถึงการขึ้นบัญชีดำในกรณีทำผิดซ้ำ โดยผู้จำหน่ายสินค้าที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. อาจถูกปรับสูงสุด 500,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

หน้าแรก » การศึกษา