วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:02 น.

การศึกษา

เส้นทางแห่งความสำเร็จ ศิษย์เก่ารุ่นแรกวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต สู่การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลกในประเทศออสเตรีย

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

เส้นทางแห่งความสำเร็จ ศิษย์เก่ารุ่นแรกวิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต

สู่การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลกในประเทศออสเตรีย

         

 

ซี-วรัชญา ฉิมนิกร ศิษย์เก่ารุ่นแรกวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต กับจุดเริ่มต้นของการคว้าโอกาสในสาขาวิชาที่ผสมผสานความรู้ด้านการแพทย์และวิศวกรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งนับเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทยขณะนั้น จนก้าวไปสู่เส้นทางอาชีพในระดับสากล ในบริษัทเทคโนโลยีการแพทย์ระดับโลก ประเทศออสเตรีย เธอได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเรียนรู้ตั้งแต่ปริญญาตรีที่ม.รังสิต จนถึงระดับปริญญาโทในอังกฤษ โดยสั่งสมประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยีภาพวินิจฉัยทางการแพทย์ (Medical Imaging) และระบบนำทางในการผ่าตัด (Surgical Navigation System) ในประเทศไทย ก่อนจะได้รับเข้าทำงานที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท เมดเอล เมดดิคัล อิเล็คโทรนิกส์ จำกัด

 

ปัจจุบันซีเป็นผู้จัดการโครงการอาวุโสฝ่ายวิจัยและพัฒนาอิเล็กโทรด & ศัลยกรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมอุปกรณ์ฝังประสาทหูเทียมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยมุ่งเน้นการพัฒนาและการออกแบบเพื่อช่วยให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดได้ง่ายขึ้น

 

ซี เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเข้ามาเรียนม.รังสิต ส่วนตัวมีความสนใจทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่เอนทราซ์ไม่ติด จึงอยากเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ดีที่สุดของประเทศ และได้เลือกมางาน Open House ม.รังสิต ระหว่างนั้นจึงได้รู้จักกับคณะที่เปิดใหม่และยังไม่มีในประเทศไทย ซึ่งม.รังสิต เป็นแห่งแรกที่เปิดสอนทางด้านอุปกรณ์ชีวการแพทย์ในระดับปริญญาตรี ซึ่งตอนนั้นเป็นอะไรที่ใหม่มาก เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานความรู้ด้านการแพทย์และวิศวกรรมเข้าด้วยกัน ก็เลยรู้สึกน่าสนใจ จึงตัดสินใจเรียนที่นี่

         

ตอนเริ่มเรียนในปีแรกรู้สึกว่าเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะว่าเรายังไม่มีรุ่นพี่ที่มีการรับน้อง แต่ได้เป็นรุ่นแรกที่ได้สร้างอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีเสื้อชอป การวางแผนว่าเราจะรับน้องปีต่อไปอย่างไร รวมถึงการสร้างสังคมของรุ่นแรกขึ้นมาในคณะของเรา เพราะว่าตอนนั้นสาขาวิชาอุปกรณ์ชีวการแพทย์เป็นรุ่นแรก ซึ่งอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ในขณะนั้น

         

หลังจากซีเรียนจบปริญญาตรีจึงได้ไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ในสาขาวิชา Engineering and Physical Science in Medicine ที่ Imperial College London ซึ่งซีบอกว่า อยากเรียนต่อทางนี้ไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อเรียนจบแล้วการทำงานที่อังกฤษในสาขาวิชานี้เป็นไปได้ยาก เพราะว่าการแข่งขันในยุโรปคือต้องเป็นอังกฤษ หรือคนยุโรปมีสิทธิ์ได้งานก่อน ถ้าเป็นคนนอกยุโรปเขาก็ต้องสามารถตัดสินใจได้ว่าทำไมเราถึงมีสิทธิ์ทำงานที่นั่น เราดีกว่าคนยุโรปหรือคนในพื้นที่อย่างไร ซีเลยรู้สึกว่ามันยากมาก จึงกลับมาทำงานที่เมืองไทยก่อน

 

“ตอนนั้นคือพอกลับมาเริ่มทำงานในบริษัท Prime Medical ในตำแหน่ง Assistant Product Manager เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ Xray และ MRI ซึ่งทำอยู่ประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นจึงย้ายไปทำงานช่วงระยะเวลาสั้นที่อีกบริษัทของไทยอีกแห่งหนึ่ง ก่อนจะมาทำงานกับบริษัทเครื่องมือแพทย์ชั้นนำของโลกจากอเมริกาที่มีสาขาอยู่ในประเทศไทย คือ บริษัท Medtronic Thailand ซึ่งทำเกี่ยวกับทางด้านเครื่องมือแพทย์เหมือนกัน แต่เป็นทางด้านของเครื่อง Surgical Technologies จำพวก Surgical Navigation และ C-Arm ทำให้การทำงานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องแต่กับห้องผ่าตัดมากขึ้น

         

ตอนที่เข้าไปทำซีต้องรับผิดชอบเครื่องมือที่ใช้เพื่อไปช่วยในการผ่าตัด ก็เลยจะได้ทำงานอยู่ในห้องผ่าตัดเป็นเวลานาน ทำให้เราได้เรียนรู้แล้วก็สะสมความรู้เกี่ยวกับการผ่าตัด แล้วก็ Anatomy physiology ที่เราเคยเรียนตอนอยู่ม.รังสิต ก็ได้นำมาใช้เต็มที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ได้ใช้ Medical Imaging เกี่ยวกับการสร้างภาพทางการแพทย์ ได้ใช้ทุกอย่างครบถ้วน หลังจากนั้นพอมีโอกาสสามารถไปทำงานที่บริษัทแม่ของ บริษัท เมดเอล เมดดิคัล อิเล็คโทรนิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นทางบริษัทกำลังหาคนที่สามารถจะไปรับผิดชอบการเริ่มต้นศูนย์ฝึกทักษะหมอในการผ่าตัดเครื่องฝังประสาทหูเทียม แล้วเรามีความรู้ทางด้านอุปกรณ์การแพทย์และการผ่าตัด เพราะตอนนั้นเราอยู่ในห้องผ่าตัดมาเยอะและสะสมความรู้จนเหมาะสมกับงานนี้ เขาก็เลยรับไปทำงานที่ออสเตรีย ไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 จนถึงปัจจุบัน”

         

ชีวิตการทำงานเริ่มจากการเป็น Product Manager คือ เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทางด้าน Surgical เพื่อการจัดการฝึกทักษะหมอผ่าตัดในการฝังประสาทหูเทียม หลังจากนั้นซีได้ไปฝึกสอนให้กับพนักงานของบริษัทที่เป็นตัวแทนหรืออยู่ในสาขาในประเทศต่างๆ และในขณะเดียวกันที่บริษัทแม่ก็มีการฝึกสอนพนักงานจากภายในและฝึกสอนหมอ โดยการนำหมอผ่าตัดที่มีความเชียวชาญทางการผ่าตัดหูจากทั่วโลกเข้าไปฝึกฝนการผ่าตัดที่บริษัทด้วย เมื่อการฝึกสอนเป็นรูปเป็นร่างแล้วจึงเปลี่ยนไปทำงานในส่วนอื่นต่อ หลังจากนั้นจึงย้ายมาทำด้าน Research and Development ในปี ค.ศ. 2021

 

“ส่วนตัวซีมีความภูมิใจมากที่เป็นศิษย์เก่ารุ่นแรกของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เมื่อกลับมาประเทศไทยเมื่อไรก็จะถามอาจารย์เสมอว่ามีอะไรให้ทางซีสามารถเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องหรือทางคณะได้ ซียินดีช่วย เพราะว่าซีรู้สึกภูมิใจมากที่คณาจารย์ และมหาวิทยาลัยให้โอกาสให้เราได้เรียนรู้แล้วก็ได้รับการสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน แม้ว่าเราจะจบแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่าอยากจะให้กลับคืนกับทางมหาวิทยาลัยเสมอ ล่าสุดดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสมาพูดในงานปฐมนิเทศนักศึกษาของวิทยาลัย และได้บรรยายเกี่ยวกับสิ่งที่ซีทำงาน อย่างเช่น อุปกรณ์ฝังประสาทหูเทียม อุปกรณ์ฝังระบบประสาท ซึ่งตอนนี้บริษัทมีการเปิดรับพนักงานใหม่ ๆ เสมอ ก็หวังว่าศิษย์เก่าของม.รังสิต จะไปทำงานที่บริษัทเพิ่มขึ้นค่ะ

         

ความภาคภูมิใจของซีก็คือ รู้สึกว่าการที่เราได้ทำงานโดยใช้ความรู้ของเราที่เรียนมาตรงสายแล้ว สามารถช่วยให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถได้ยิน กลับมาได้ยินเสียงอีกครั้ง และสามารถช่วยให้คุณภาพชีวิตคนหนึ่งดีขึ้นได้นั้น ทำให้ครอบครัวและคนอื่น ๆ รอบตัวเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ซีภูมิใจทุกวันในการทำงานค่ะ”

         

สุดท้ายฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจทำงานทางด้านนี้ สิ่งแรกที่สำคัญเลยก็คือ ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ แต่ถ้าเรามีความมุ่งมั่นแล้วก็ค่อย ๆ ฝึกฝนทำไปก็จะสามารถมาถึงจุดนี้ได้เช่นกัน เพราะว่าทุกคนมีความสามารถถ้าเราไม่ยอมแพ้

 

หน้าแรก » การศึกษา