วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:25 น.

การศึกษา

"พระพรหมสิทธิ" นำคณะสงฆ์ไทย พร้อม UN ร่วมชาวพุทธนานาชาติ จัดรำลึกวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก ประดิษฐานคัมภีร์พระพุทธศาสนานานาชาติ เสริมพลังสันติภาพโลก ณ นครเจนีวา 

วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พุทธศักราช2569  สำนักงานผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ร่วมกับคณะสงฆ์และองค์กรชาวพุทธนานาชาติ จัดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา อันเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ พร้อมประกอบพิธีอัญเชิญและประดิษฐานคัมภีร์พระพุทธศาสนานานาชาติ ณ สำนักงานผู้แทนถาวรไทยฯ นครเจนีวา

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ ส่งเสริมคุณค่าแห่งสันติภาพ เมตตาธรรม ขันติธรรม และปัญญา อันเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในประชาคมโลก อีกทั้งยังเป็นการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในพิธีได้รับเมตตาจาก พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีอัญเชิญและประดิษฐานคัมภีร์พระพุทธศาสนา พร้อมด้วย นางสาวอุษณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนถาวรจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม อาทิ ศรีลังกา มองโกเลีย ภูฏาน ลาว สิงคโปร์ อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน ตลอดจนพระสงฆ์นานาชาติ อาทิ พระ Shi Ming Yi เลขาธิการสภาสงฆ์พุทธศาสนาจีนโลก และประธานคณะกรรมการนานาชาติของสภาสงฆ์พุทธศาสนาโลก รวมถึงพระเถรานุเถระในทวีปยุโรป เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย พิธีอัญเชิญและประดิษฐานคัมภีร์พระพุทธศาสนา ฉบับมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ การแสดงธรรมปาฐกถา การเจริญจิตตภาวนา และพิธีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย เพื่อความเป็นสิริมงคลและอธิษฐานจิตให้เกิดสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนบทบาทของประเทศไทยและพระพุทธศาสนาในเวทีโลก ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา เพื่อมุ่งสู่ความสงบสุขและความยั่งยืนของประชาคมโลก

วันวิสาขบูชาได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติให้เป็น วันสำคัญสากลของโลก เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2542  เนื่องด้วยเป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ ๓ ประการในพระชนมชีพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ การประสูติ การตรัสรู้ และการเสด็จดับขันธปรินิพพาน อันเป็นวันที่ชาวพุทธทั่วโลกพร้อมใจกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และนำหลักธรรมแห่งเมตตา ปัญญา และสันติภาพ มาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติ  

ขณะที่ พระพรหมบัณฑิต  ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) พร้อมคณะชุดใหญ่ มีกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมกิจกรรม “งานวิสาขบูชาโลก” ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองอูซี่ มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งเป็นการจัดร่วมกันระหว่างรัฐบาลจีน พุทธสมาคมจีนและคณะกรรมการสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก คาดว่าจะมีชาวพุทธจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานประมาณ 1,500 รูป/คน

และในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีกำหนดจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ณ ที่ทำการสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15ค่ำ เดือน 6 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 31  พฤษภาคม 2569 เป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก เป็นวันหยุดราชการในหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งยังเป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติ ตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อ 15 ธันวาคม 2542 ซึ่งได้สรุปความว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ทรงตรัสรู้ เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรม ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของ สหประชาชาติ จึงขอให้ที่ประชุมรับรองข้อมตินี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรองความสำคัญของพุทธศาสนาในองค์การสหประชาชาติ โดยถือว่าวันดังกล่าวเป็นที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและที่ทำการสมัชชาจะจัดให้มีการระลึกถึงตามความเหมาะสม

ที่ประชุมฯ ได้รับรองร่างข้อมติโดยฉันทามติ เนื่องจากคณะกรรมมาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมพิจารณาและมีมติเห็นพ้องต้องกันประกาศให้วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลกทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาสโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นนักอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือสัตว์ เหตุผลสำคัญ อีกประการหนึ่งคือ พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธและทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณสอนโดยไม่คิดค่าตอบแทน

ขอบคุณข้อมูลจากเพจวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา