วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:12 น.

การศึกษา

“ประเสริฐ” เปิดกระทรวงระดมความคิดทุกภาคส่วนกางทางเลือกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ถกเดือด ‘ความเร็ว’ VS ‘หลักการ’ เตรียมเคาะพฤษภาคมนี้

วันศุกร์ ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.25 น.

กระทรวงศึกษาธิกา (ศธ.)   เดินหน้าภารกิจรื้อโครงสร้างการศึกษาไทย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อน ‘ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....’ (ธรรมนูญการศึกษา) ชูสปิริต “Nothing about us without us” ดึงตัวแทนนักเรียน ครู และทุกภาคส่วนร่วมถก 3 ทางเลือกกฎหมาย ชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘ความเร็ว’ ในการบังคับใช้ กับ ‘ความสมบูรณ์’ ของหลักการและเนื้อหา เตรียมประมวลผลตัดสินใจชี้ชะตาอนาคตการศึกษาไทย ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569   ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (หรือผู้แทน) เป็นประธานเปิดงาน เพื่อขับเคลื่อน 1 ใน 5 นโยบายเร่งด่วนในการสร้าง "สถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา" เวทีระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเปิดกว้างและสะท้อนเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

กาง 3 ทางเลือก ปลดล็อกกฎหมายการศึกษาไทย

ในที่ประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอแนวทางการเสนอร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ออกเป็น 3 เส้นทางหลัก เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ได้แก่:

ยืนยันการเสนอร่างฯ ฉบับเดิม (660/2564): ข้อดีคือรวดเร็ว ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างใหม่ตั้งแต่ต้น แต่มีข้อสังเกตคือตัวกฎหมายมีเนื้อหาจำนวนหลายมาตรา

แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ปี 2542: นำข้อมูลประเมินผลสัมฤทธิ์มาอุดช่องโหว่และเสริมจุดอ่อนของร่างเดิมให้สอดคล้องกับปัจจุบัน แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใหม่ตั้งแต่ต้น

จัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่ทั้งฉบับ: เพื่อให้กระชับและสอดคล้องกับบริบทโลกปัจจุบันมากที่สุด แต่แลกมาด้วยการต้องเริ่มกระบวนการพิจารณาใหม่ทั้งหมด (ใช้เวลาพิจารณาโดยรัฐสภาประมาณ 1 ปี)

แก่นสำคัญจากวงประชุม: ‘ความเร็ว’ และ ‘ข้อกังวลในร่างเดิม’

จากการระดมความคิดเห็น ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายในวงประชุมถกเถียงกันอย่างเข้มข้นคือ "ความเร็วในการผลักดันร่าง" เนื่องจากทุกคนเห็นตรงกันว่า วิกฤตการศึกษาไทยประวิงเวลาไม่ได้อีกแล้ว และต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้การเลือกแนวทางที่ 1 (ผลักดันร่าง 660/2564) จะตอบโจทย์เรื่องความเร็ว แต่ที่ประชุมยังคงมีข้อกังวลและตั้งคำถามถึง "หลักการและเนื้อหา" ของร่างฉบับ 660/2564 ว่าจะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของการศึกษาโลกยุคใหม่ และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่

ชูสปิริต “Nothing about us without us”

อีกหนึ่งจุดยืนสำคัญที่ทรงพลังที่สุดจากวงประชุมครั้งนี้ คือการตอกย้ำหลักการ “Nothing about us without us” (จะไม่มีการตัดสินใจใดที่เกี่ยวกับพวกเรา โดยไม่มีพวกเรา) กระทรวงศึกษาธิการและผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องว่า กฎหมายที่จะมากำหนดอนาคตของชาติ จะต้องมาจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ "นักเรียนและเยาวชน" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการศึกษา ตลอดจน "ครูผู้ปฏิบัติงาน" ได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจตั้งแต่ "กระบวนการยกร่าง" ไม่ใช่เพียงแค่การมารับฟังในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ได้กฎหมายที่ไม่ได้มองจากหอคอยงาช้าง แต่เกิดจากความเข้าใจคนหน้างานอย่างแท้จริง

การเปิดกระทรวงเพื่อรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยยึดการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ จะนำข้อสรุปทั้งในมิติของความเร็ว เนื้อหาร่างกฎหมาย และเสียงสะท้อนจากเยาวชน ไปประกอบการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเตรียมเคาะแนวทางสุดท้ายในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
 

หน้าแรก » การศึกษา