วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:39 น.

การศึกษา

ปลุกกลไกทุนนวัตกรรม! “ยศชนัน” กางพิมพ์เขียว “University Holding” ดึง Deep Tech การแพทย์ขั้นสูงออกจากแล็บ ผสานเครือข่าย ปนพ.3 ปักหมุดประเทศสู่ Innovation-driven Health Hub

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.44 น.

เมื่อวันที่  16 พฤษภาคม 2569  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นวิทยากรบรรยายในหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ. 3) ในหัวข้อ “กระทรวง อว. กับเด็กรุ่นใหม่” ณ ห้องศักดิเดชน์ภูวไนย ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า โดยมีผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ และผู้เข้าร่วมหลักสูตรให้ความสนใจอย่างคับคั่ง

ศ.ดร.ยศชนัน บรรยายตอนหนึ่งว่า เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยคือการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ซึ่งไม่สามารถพึ่งพาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” (Innovation Ecosystem) ที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนากำลังคน งานวิจัย ไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยจำเป็นต้องใช้การวางกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based Innovation) เพื่อปลดล็อกศักยภาพของแต่ละภูมิภาคและลดความเหลื่อมล้ำ การสนับสนุนกองทุนร่วมลงทุนและการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย (Matching Fund & University Holding Company) เพื่อเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการสู่ภาคอุตสาหกรรม การจัดตั้งพื้นที่สร้างสรรค์ระดับชุมชน (Community Makerspace) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดโครงการ Startup Thailand League เพื่อปลูกฝังแนวคิดผู้ประกอบการให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ 

รวมทั้ง ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อคุ้มครองผลงานวิจัยและต่อยอดสู่มูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ การบูรณาการกลไกทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ “ประเทศผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม” (Innovation-driven Nation) ที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนในเวทีโลก

“ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสุขภาพและการแพทย์ของโลก โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสุขภาวะ การพัฒนาเวชสำอางจากสมุนไพรไทย การต่อยอดองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์เขตร้อน การวิจัยและรักษาโรคสำคัญ เช่น มะเร็งและโรคหลอดเลือดสมอง การพัฒนาอุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพและไบโอเซนเซอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง เช่น ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMP) ออร์แกนอยด์ และการทดลองทางคลินิก 

พร้อมกันนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ อาทิ โครงการจีโนมิกส์ระยะที่ 2 การพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบทางประสาทสัมผัส และการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Thailand) เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและนวัตกรรมการแพทย์แบบครบวงจรในระดับนานาชาติ สร้างทั้งความมั่นคงทางสุขภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย 

หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ.3) เป็นหลักสูตรอบรมระยะสั้นที่จัดโดย สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ สถาบันมหิตลาธิเบศร มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้นำด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้มีวิสัยทัศน์เชิงระบบ สามารถขับเคลื่อนนโยบายและนวัตกรรมสุขภาพของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติผ่านการบรรยาย เวิร์กช็อป และการทำโครงงานเชิงนโยบาย พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว
 
 

หน้าแรก » การศึกษา