วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569 01:16 น.

การศึกษา

มทร.ธัญบุรี จับมือ อว.-กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ปั้น “ครูนวัตกร” ใช้ความรู้ 5 ด้าน พลิกโฉมเศรษฐกิจชุมชน

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.43 น.

 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมเครือข่าย 5 มหาวิทยาลัย เปิดฉากเวิร์กชอปสุดเข้มข้นในโครงการขับเคลื่อนศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาค

เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสู่นวัตกรชุมชน ด้วยฐานองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พื้นที่ภาคกลาง จัดกิจกรรมด่านท้าทายที่ 2 : กระบวนการพัฒนานวัตกรรมเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 (Basic Program) เพื่อดึงกระบวนการบ่มเพาะมาติวเข้มบุคลากรทางการศึกษาภาคกลาง สู่การเป็น ผู้นำนวัตกรรมชุมชน หวังแก้ปัญหาท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ผสานความร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และมทร.ธัญบุรี ในฐานะแกนหลักศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาคพื้นที่ภาคกลาง จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 15 - 17 มิ.ย. 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จ.นนทบุรี เพื่อปฏิรูปวงการศึกษาและติดปีกครู สกร. ให้มีทักษะขั้นสูงในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ไปประยุกต์ใช้งานจริงในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นกลไกส่วนสำคัญในการพลิกโฉมบทบาทของบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวไปเป็น นวัตกรชุมชน อย่างเต็มตัว โดยการจัดงานในด่านท้าทายที่ 2 นี้ ถือเป็นจุดสตาร์ทที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ เรียนรู้และฝึกฝนเครื่องมือใหม่ ๆ ตลอดจนเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ที่บูรณาการศาสตร์ความรู้ 5 ด้าน ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ ผนวกเข้ากับมิติการทำธุรกิจนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อส่งต่อความรู้เหล่านี้นำไปพัฒนาผู้เรียนและขับเคลื่อนชุมชนในภาคกลางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
สำหรับหลักสูตรการบ่มเพาะตลอด 3 วันเต็ม อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป 4 ช่วงสำคัญ เริ่มตั้งแต่การเจาะลึกพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายเพื่อค้นหาปัญหาที่แท้จริงในชุมชน การระดมไอเดียแปลกใหม่เพื่อตอบโจทย์นวัตกรรม การลงมือทำโมเดลไอเดียเพื่อพัฒนาไปสู่โมเดลธุรกิจอย่างง่าย และการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงพร้อมเทคนิคการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีทีมคณาจารย์และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนจะปิดท้ายด้วยการระดมสมองถอดบทเรียนเพื่อเตรียมนำไปต่อยอดในพื้นที่จริงต่อไป

ไฮไลต์สำคัญในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 มีการจัดพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงการเชื่อมโยงกลไกเครือข่าย พร้อมด้วย นายเมธี ลิมนิยกุล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานเครือข่าย อว. ในภูมิภาค และ นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมปาฐกถาพิเศษถึงแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง มทร.ธัญบุรี กับเครือข่าย 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มทร.กรุงเทพ, มทร.พระนคร, มทร.สุวรรณภูมิ, มรภ.พระนครศรีอยุธยา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างเครือข่ายนวัตกรรมที่แข็งแกร่งในการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเป้าหมายหลักที่ 4 การศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง เป้าหมายย่อย 4.4 ในการเพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและอาชีพเพื่อการทำงานและการเป็นผู้ประกอบการ และเป้าหมายหลักที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป้าหมายย่อย 8.3 การมุ่งเน้นการผลิต ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และเป้าหมายหลักที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายย่อย 17.16 ในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยี ในการขับเคลื่อนความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก

ผู้ที่สนใจต้องการอัปเดตความเคลื่อนไหว ติดตามผลงานไอเดียนวัตกรรมชุมชนฝีมือครู สกร. และกิจกรรมต่อไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี หรือติดตามผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘อนุทิน’ ขีดเส้น 1 ปี พิสูจน์ฝีมือ รมต.-ปธ.กมธ.14 คณะ -ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองสังกัดภูมิใจไทย ใครผลงานไม่เข้าเป้าพร้อมปรับเปลี่ยน เปิดทางคนทำงานดีให้พรรคเข้ามาแทน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก⬇️⬇️⬇️ 
news/politic/479995
#banmuangonline 
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ภายหลังพรรคถูกโจมตีจากหลายประเด็นทางการเมือง รวมถึงโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการ AI Passport ปัญหาที่ดินเขากระโดง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลและนอมินีต่างชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ฯลฯ 

ขณะที่รัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ สภาฯ ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย 14 คณะ รวมถึง สส.ของพรรค ยังไม่ได้ออกมาช่วยชี้แจงหรือแสดงผลงานอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แม้รัฐบาลจะเข้าบริหารประเทศมาแล้วกว่า 2 เดือน ส่งผลให้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์และกระทบต่อความน่าเชื่อถือ

แหล่งข่าวฯระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้กำชับให้รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ  สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสัดส่วนของพรรค เร่งขับเคลื่อนการทำงานตามที่พรรคมอบหมายและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานภายในระยะเวลา 1 ปี

“หากผู้ดำรงตำแหน่งรายใดมีผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จะมีการปรับเปลี่ยนทั้งในระดับรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีศักยภาพและมีผลงานโดดเด่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน โดยจะไม่ยึดติดกับการจัดสรรโควตาตามแนวทางเดิม”

แหล่งข่าวฯ ยังระบุด้วยว่า การส่งสัญญาณดังกล่าวสะท้อนความต้องการของนายอนุทินที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในสังกัดพรรค และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา หลังพรรคเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา