วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 00:57 น.

การศึกษา

"ณพลเดช" ปลื้มสถานที่ปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" โบราณคดีพุทธศาสนาโบราณแห่งสารนาถ (Ancient Buddhist Site of Sarnath) ได้เป็นมรดกโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.28 น.

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569   ดร.ณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่ม 16 ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย และเลขาธิการชมรมรักษ์มรดกโลก กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเห็นด้วยอย่างยิ่งที่องค์การยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียน แหล่งโบราณคดีพุทธศาสนาโบราณแห่งสารนาถ (Ancient Buddhist Site of Sarnath) ประเทศอินเดีย เป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากสารนาถไม่ใช่เพียงแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ แต่เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ดร.ณพลเดช กล่าวว่า ภายหลังการแสดงพระธรรมเทศนา พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาปัตติผล เป็นพระอริยบุคคลองค์แรกของโลก และได้รับพระพุทธดำรัสว่า "อัญญาสิ วต โภ โกณฑัญโญ" แปลว่า "โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ" จึงเป็นที่มาของนาม พระอัญญาโกณฑัญญะ ต่อมาเมื่อปัญจวัคคีย์ทั้งห้าบรรลุธรรมครบถ้วน สารนาถจึงนับเป็นสถานที่กำเนิดพระรัตนตรัยอย่างสมบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ตนยังรู้สึกขัดข้องใจว่า เหตุใดสถานที่ที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาและอารยธรรมของมนุษยชาติอย่างยิ่งเช่นนี้ จึงต้องใช้เวลานานกว่า 28 ปี นับจากการได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของยูเนสโก กว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทั้งที่คุณค่าของสถานที่แห่งนี้เป็นที่ประจักษ์มายาวนานหลายศตวรรษ

ดร.ณพลเดช กล่าวว่า ตนขอแสดงความชื่นชมรัฐบาล กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ตลอดจนทุกหน่วยงานและภาคประชาชน ที่ร่วมกันผลักดันจน "กลุ่มโบราณสถานเมืองนครศรีธรรมราช" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2569 ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และสะท้อนให้เห็นว่าหากประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ การบริหารจัดการพื้นที่ และการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถผลักดันแหล่งมรดกที่มีคุณค่าโดดเด่นสู่การยอมรับในระดับโลกได้สำเร็จ

ในฐานะ เลขาธิการชมรมรักษ์มรดกโลก ดร.ณพลเดช เห็นว่า กรณีของสารนาถเป็นบทเรียนสำคัญที่ประเทศไทยควรศึกษาและเร่งดำเนินการผลักดันแหล่งมรดกที่มีศักยภาพของไทย โดยเฉพาะ เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีคุณค่าโดดเด่นด้านอารยธรรมลุ่มน้ำโขง พระพุทธศาสนา และประวัติศาสตร์ล้านนา, เมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ซึ่งมีคุณค่าโดดเด่นด้านผังเมือง วัดวาอาราม และมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ตลอดจน เส้นทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นมรดกแห่งสันติภาพและความทรงจำร่วมของมนุษยชาติจากสงครามโลกครั้งที่ 2

"การขึ้นทะเบียนสารนาถในครั้งนี้ เป็นข่าวดีของชาวพุทธทั่วโลก และควรเป็นแรงบันดาลใจให้ประเทศไทยเร่งผลักดันแหล่งมรดกที่มีคุณค่าในระดับสากลอย่างจริงจัง เพราะการขึ้นทะเบียนมรดกโลกไม่ใช่เพียงการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่คือการคุ้มครองมรดกอันทรงคุณค่าของมนุษยชาติ ส่งเสริมการศึกษา การอนุรักษ์ และสร้างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต"

ดร.ณพลเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยควรทบทวนยุทธศาสตร์การผลักดันมรดกโลกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากในทางปฏิบัติ ประเทศไทยมักเสนอชื่อเพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนได้เพียง ปีละ 1 แหล่ง ตามการจัดลำดับความสำคัญและศักยภาพในการจัดทำเอกสารเสนอชื่อ ขณะที่หลายประเทศสามารถผลักดันแหล่งมรดกได้พร้อมกันหลายแห่ง หรือมีแหล่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายรายการในรอบเวลาเดียวกัน อันเป็นผลจากการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ งบประมาณ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้บางประเทศมีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้หลายแห่งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

"ประเทศไทยมีแหล่งมรดกที่มีคุณค่าโดดเด่นอีกหลายแห่ง ทั้งเชียงแสน เชียงใหม่ และกาญจนบุรี หากมีการจัดทำฐานข้อมูลทางวิชาการที่เข้มแข็ง บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน และกำหนดยุทธศาสตร์การเสนอชื่ออย่างต่อเนื่อง ก็จะเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกเพิ่มขึ้น และสามารถแข่งขันบนเวทีนานาชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี" ดร.ณพลเดช กล่าว
 

หน้าแรก » การศึกษา