วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 16:40 น.

การศึกษา

"มจร" จัดปฐมนิเทศคณาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 เสริมศักยภาพอาจารย์ยุคใหม่ ชู AI–Active Learning–พุทธปัญญา ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่อนาคต

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.31 น.

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569    พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยหรือ มจร  ประธานคณะทำงานปฐมนิเทศคณาจารย์ มจร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้จัดโครงการ อบรมปฐมนิเทศคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2569 (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) ระหว่างวันที่ 9–10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ อาคาร มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในบทบาทของคณาจารย์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี

พระเทพวัชรสารบัณฑิต ได้กล่าวต่อไปว่า พิธีเปิดได้รับความเมตตาจาก พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมและปาฐกถาเรื่อง “นโยบายการพัฒนาศักยภาพคณาจารย์ มจร ในยุค AI” อธิการบดี กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาคณาจารย์ว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้บทบาทของอาจารย์มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การเป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ ผู้ชี้แนะแนวทางในการแสวงหาความรู้ และเป็นต้นแบบทางคุณธรรมให้แก่ผู้เรียน

“AI สามารถช่วยให้เราเข้าถึงความรู้ได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ คือปัญญา คุณธรรม และความเป็นครู คณาจารย์ มจร จึงต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนการสอนและงานวิชาการ ขณะเดียวกันต้องรักษาอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา โดยนำหลักพุทธธรรมมาบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม พร้อมรับใช้สังคม”อธิการบดียังได้เน้นย้ำด้วยว่า การพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังของคณาจารย์และบุคลากรทุกส่วนงานร่วมกันสร้างคุณภาพทางการศึกษา ยกระดับมาตรฐานทางวิชาการ และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถนำความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา สังคม และประเทศชาติ

พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวว่าเพิ่มเติมว่าการจัดปฐมนิเทศครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ หรือแนวทางการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงทิศทางของมหาวิทยาลัยและบทบาทของ “อาจารย์ มจร ในบริบทใหม่“มหาวิทยาลัยจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มจากคณาจารย์ที่มีคุณภาพ มีความเป็นมืออาชีพ และมีจิตสำนึกร่วมในการพัฒนาองค์กร วันนี้โลกเปลี่ยนเร็ว ความรู้เปลี่ยนเร็ว วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนก็เปลี่ยนไป อาจารย์จึงต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างมีปัญญา ขณะเดียวกันต้องไม่ทิ้งรากฐานสำคัญของเรา คือพระพุทธศาสนา คุณธรรม และวัฒนธรรมองค์กรที่ดี” มหาวิทยาลัยต้องสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกว่า “มหาจุฬาฯ เป็นของเราทุกคน” ไม่ว่าจะปฏิบัติงานอยู่ส่วนกลาง วิทยาเขต หรือวิทยาลัยสงฆ์ ทุกแห่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเดียวกัน การพัฒนาจึงต้องเกิดจากความร่วมมือ การเคารพซึ่งกันและกัน การทำงานอย่างรับผิดชอบ และการนำศักยภาพของแต่ละส่วนงานมาร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปในทิศทางเดียวกัน 

สำหรับการอบรมตลอด 2 วัน มหาวิทยาลัยได้จัดหัวข้อที่สอดคล้องกับความท้าทายของการอุดมศึกษาในยุคปัจจุบัน อาทิ บทบาทคณาจารย์มหาวิทยาลัยในการกำกับและจัดการเรียนการสอนในสังคมที่เปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์กรของมหาวิทยาลัย การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ การเสนอเปิดและปิดหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาและการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการจัดการเรียนการสอนและการผลิตผลงานทางวิชาการ บทบาทอาจารย์กับการจัดการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศในสถาบันอุดมศึกษายุคเปลี่ยนผ่าน ตลอดจน การบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่กับพุทธปัญญาเพื่อสังคมของคณาจารย์ มจร

นอกจากนี้ ภายในโครงการยังมีพิธีรับพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมพิธีถวายมุทิตาสักการะ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสืบสานภารกิจด้านการศึกษาพระพุทธศาสนาและการบริหารมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

"การจัดโครงการปฐมนิเทศคณาจารย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมและยกระดับสมรรถนะคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านวิชาการ การจัดการเรียนรู้ การวิจัย การใช้เทคโนโลยีและ AI ตลอดจนการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและจิตสำนึกร่วม เพื่อให้คณาจารย์สามารถทำหน้าที่เป็นพลังสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และนำองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน"  พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย
 

หน้าแรก » การศึกษา