การศึกษา
เปิดเบื้องหลัง ‘เสียงผู้บริโภค’ผ่านนิทรรศการ SPEAK UP!
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เปิดเบื้องหลัง ‘เสียงผู้บริโภค’ผ่านนิทรรศการ SPEAK UP!
เปิดเบื้องหลังงานนิทรรศการ “SPEAK UP! เราต้องไม่ยอมจำนน” งานศิลปะ ที่สะท้อนความเดือดร้อนของผู้บริโภค ที่ไม่ได้มีแค่ตัวเลขในรายงาน แต่มีทั้งใบหน้า ความรู้สึก และเรื่องเสียงของคนจริง ๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
หลายครั้ง ปัญหาของผู้บริโภคมักเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกบนโลกออนไลน์ การเดินทางที่มีต้นทุนสูงและเข้าถึงได้ยาก สัญญาหอพักที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขไม่เป็นธรรม หรือสายสื่อสารที่พาดระโยงระยางจนกลายเป็นความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน แม้ต้นเหตุความเดือดร้อนจากหลากหลาย แต่สิ่งที่เหมือนกันตรงปลายทาง กลับเป็นเรื่องทำนองว่า “คงทำอะไรไม่ได้” หรือ “ช่างมันเถอะ” แต่เมื่อเรื่องแบบเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำกับคนอีกจำนวนมาก ปัญหาที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็เริ่มเผยให้เห็นว่า แท้จริงแล้วมันอาจเกี่ยวข้องกับกติกา ระบบ หรือโครงสร้างบางอย่างที่ยังไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งใน “ใจความสำคัญ” ที่ สภาผู้บริโภค นำมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการศิลปะ SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน ที่นอกจากจะทำให้เห็นว่า นี่คือปัญหาที่ทุกคนจะพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยังชวนให้ ลองกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า เมื่อเจอความไม่เป็นธรรม เราจะเลือก “เงียบ” หรือ “ส่งเสียง”

ตัวเลขและเรื่องร้องเรียน สู่สิ่งที่คน “เห็นและรู้สึก” - ตลอดเวลาที่ผ่านมา สภาผู้บริโภค รับฟังปัญหาจากประชาชนในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรื่องสินค้าและบริการ ภัยออนไลน์ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ โดยข้อมูลของสภาผู้บริโภคระบุว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีผู้บริโภคได้รับความช่วยเหลือให้เข้าถึงความเป็นธรรมแล้วกว่า 89,153 คน มีการดำเนินคดีเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค 483 คดี และเกิดมูลค่าการชดเชยและเยียวยามากกว่า 870 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยสะท้อนขนาดของปัญหาได้อย่างชัดเจน แต่ขณะเดียวกันก็ชี้ช่องถึงเหรียญอีกด้านที่ซ่อนอยู่ด้วย เพราะถึงจะบอกได้ว่ามีคนเดือดร้อนกี่คน ก็ไม่ได้ทำให้เห็นทั้งหมดว่า คนที่อยู่หลังตัวเลขเหล่านั้นกำลังรู้สึกอะไร
SPEAK UP จึงเลือกใช้ “ศิลปะ” มาเป็นอีกภาษาหนึ่งในการพูดเรื่องสิทธิผู้บริโภค
จากเดิมที่เรื่องร้องเรียน ข้อกฎหมาย หรือนโยบายมักถูกเล่าผ่านข้อมูล เอกสาร และคำอธิบายที่ค่อนข้างซับซ้อน ในการทำงานชุดนี้จึงมีความพยายามเปลี่ยนเรื่องเหล่านั้นให้กลายเป็นภาพ ใบหน้า อารมณ์ และเรื่องเล่าที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจและเชื่อมโยงกับชีวิตของตัวเองได้
แนวคิดของนิทรรศการนี้ สภาผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนปัญหาผู้บริโภคให้สามารถ “เห็นและรู้สึก” ผ่านงานศิลปะ ไม่ใช่เพียงให้คนดูรู้ว่า “ปัญหานี้มีอยู่” แต่ยังรู้สึกได้ว่าปัญหาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับเรา หรือกับคนรอบตัวเราได้เช่นกัน
ภายในนิทรรศการ มีการหยิบ 4 ประเด็นสำคัญมาถ่ายทอด ได้แก่ มิจฉาชีพและภัยออนไลน์ ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรม สัญญาห้องเช่า–หอพักที่ไม่เป็นธรรม และปัญหาสายสื่อสารที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
ทั้ง 4 เรื่องไม่ได้ถูกเลือกมาเพียงเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นนโยบายที่สภาผู้บริโภคกำลังผลักดันอยู่จริงในปี 2569 ตั้งแต่การผลักดันระบบยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ หรือ e-KYM การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงได้ การผลักดันสัญญาห้องเช่าและหอพักที่เป็นธรรม ไปจนถึงการจัดระเบียบสายสื่อสารให้ปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อนำปัญหาเหล่านี้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ศิลปะ ภาษาที่ใช้เล่าก็เปลี่ยนไป จากถ้อยคำเชิงนโยบายกลายเป็นชื่อและภาพที่มีอารมณ์มากขึ้น เช่น “ราคาของการเดินทาง” “ห้องเช่าใต้เงาสัญญา” “ผีหน้าจอ” และ “อสูรกายเหนือเมือง” ทำให้ปัญหาที่เราอาจเคยเห็นจนชิน กลับกลายเป็นสิ่งที่ชวนให้หยุดมองและตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง
“ภาพ” สะท้อน ปัญหาเชิงนโยบาย และ เสียงของผู้เสียหาย - เมื่อต้องนำปัญหาที่เต็มไปด้วยข้อมูล ระบบ และรายละเอียดเชิงนโยบายมาย่อให้เหลือเป็นภาพที่คนสามารถเข้าใจความหมายได้ในเวลาไม่นาน วิธีการสื่อสาร จึงกลายเป็นโจทย์หลักของงานในครั้งนี้
แทนที่จะวาดปัญหาแบบตรงไปตรงมาผลงานหลักของนิทรรศการจึงมาจากการใช้ภาพเชิงสัญลักษณ์เพื่อทำให้ผลกระทบของปัญหาชัดขึ้น เช่น ปัญหาค่าเดินทางที่สูงถูกตีความออกมาในลักษณะของการ “สูบเลือดสูบเนื้อ” ขณะที่ปัญหาสายสื่อสารที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุก็ถูกมองผ่านภาพของ “สุสานสายสื่อสาร”

ภาพเหล่านี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พยายามทำให้คนดูสัมผัสได้ว่า ปัญหานั้นหนักเพียงใดสำหรับคนที่ต้องอยู่กับมันทุกวัน บางภาพอาจดูรุนแรงกว่าสิ่งที่ตาเห็นในชีวิตจริง แต่กลับใกล้เคียงกับความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า เหมือนการย่อปัญหาเชิงนโยบายที่ซับซ้อน ให้เหลือเป็นภาพหนึ่งภาพที่คนดูสามารถหยุด มอง และเข้าใจแก่นของมันได้ทันที ขณะเดียวกัน อีกฟากฝั่งของเรื่องเล่าก็ถูกสะท้อนผ่านอารมณ์ที่ผู้บริโภคแต่ละคนต้องเผชิญ ทั้งความกังวล ความโกรธ ความเหนื่อย มันจึงกลายมาเป็น ภาพสเก็ตช์ใบหน้าของผู้บริโภค และคำพูดเพื่อไม่ให้สิ่งที่พวกเขาพยายามพูดหายไป
ภาพใบหน้าของผู้บริโภคจำนวนมาก จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกว่า “ใครได้รับผลกระทบ” แต่กำลังบันทึกด้วยว่า คนคนนั้นกำลังพยายามพูดอะไรกับสังคม ผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างลายมือและข้อความที่บางส่วนอ่านได้ไม่ง่ายนัก ยังถูกเปรียบกับเสียงของประชาชนที่แม้จะพยายามพูดออกไป แต่หลายครั้งกลับไปไม่ถึงผู้มีอำนาจหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ภาพเหล่านี้จึงทำให้คำว่า “เสียงของผู้บริโภค” ไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเทียบ เพราะภายในเสียงนั้นมีทั้งใบหน้า อารมณ์ และถ้อยคำของคนจริงอยู่ด้วย
เช่นเดียวกับ ชื่อของนิทรรศการ “SPEAK UP เราต้องไม่ยอมจำนน” จึงมีความหมายมากกว่าการชวนให้พูดออกมา แต่หมายถึง ผู้บริโภคต้องมีอำนาจต่อรอง และไม่ควรยอมรับความไม่เป็นธรรมเพียงเพราะรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กเกินไป
แนวคิดนี้ปรากฏชัดในคำพูดของ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ในวันเปิดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ถึงมุมมองที่สังคมไทยมักสอนให้คนอดทน หลีกเลี่ยงปัญหา หรือยอมเมื่อถูกเอาเปรียบ แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อปัญหานั้นถูกพูดออกมา
“ร้องทุกข์หนึ่งครั้ง ดีกว่าบ่นพันครั้ง” ในความหมายของผู้บริหารสภาผู้บริโภคนั้นกำลังบอกว่า เพราะคนที่ออกมาร้องเรียนไม่ได้กำลังสร้างปัญหา… ในทางกลับกัน เขาอาจกำลังเป็น “ทัพหน้า” ของคนอีกจำนวนมากที่เจอเรื่องเดียวกันแต่ยังไม่ได้พูดออกมา
ร่วมกันส่งเสียงถึงความไม่เป็นธรรม - สำหรับงานคุ้มครองผู้บริโภค การ “ส่งเสียง” อาจเริ่มจากสิ่งเล็กที่สุด ตั้งแต่การตั้งคำถาม การเก็บหลักฐาน การบอกเล่าประสบการณ์ การร้องเรียน หรือการปฏิเสธเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม แต่เสียงเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นต้องจบลงด้วยการแก้ปัญหาให้คนเพียงคนเดียว เพราะเมื่อพบว่าเรื่องร้องเรียนแบบเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ เสียงของผู้บริโภคสามารถถูกรวบรวมเป็นข้อมูล นำไปสู่การเตือนภัย การดำเนินคดี การเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ประกอบธุรกิจ และการผลักดันมาตรการหรือนโยบายเพื่อแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างได้
นี่คือเหตุผลที่ “เสียง” ของผู้บริโภคมีความหมาย ปัญหาหนึ่งเรื่องอาจเริ่มจากคนหนึ่งคน แต่เมื่อคนหนึ่งกล้าพูด คนที่สองอาจเริ่มรู้ว่าเขาไม่ได้เจอปัญหานี้อยู่คนเดียว และเมื่อมีคนที่สาม คนที่สี่ หรืออีกหลายคนพูดตาม
เสียงเล็ก ๆ เหล่านั้นก็สามารถกลายเป็นข้อมูล หลักฐาน และอำนาจต่อรองที่ยากจะถูกมองข้าม
ปลายทางของ SPEAK UP จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้ชมรู้สึกสงสารผู้ที่ได้รับผลกระทบ และไม่ได้ต้องการให้จบลงเพียงประโยคว่า “นิทรรศการนี้สวยดี” แต่ต้องการให้คนเริ่มมองเห็นสิทธิของตัวเอง เริ่มกล้าตั้งคำถามกับเรื่องที่ไม่เป็นธรรม และที่สำคัญคือ เริ่มเชื่อว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย
นิทรรศการต้องการสร้างความตระหนักว่าเสียงของผู้บริโภคเป็น “พื้นที่ของคนธรรมดาที่ไม่ยอมจำนน” สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค ช่วยสะท้อนว่า คนตัวเล็กเพียงคนเดียวอาจต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมได้ยาก แต่เมื่อคนเหล่านั้นรวมเสียงและจับมือกัน พลังนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ใครสามารถมองข้ามได้ง่าย ๆ
ดังนั้น สิ่งที่ SPEAK UP อยากฝากไว้กับผู้ชม อาจไม่ใช่คำตอบว่าเราต้องทำอะไรกับทุกปัญหาที่เห็น แต่อาจเป็นความคิดเล็ก ๆ ที่ติดกลับไปหลังเดินออกจากหอศิลป์ว่า ครั้งต่อไปที่เราเจอความไม่เป็นธรรม แทนที่จะคิดว่า “ช่างมันเถอะ” เราอาจลองคิดใหม่ว่า “เรื่องนี้ เราไม่จำเป็นต้องยอม”
เพราะการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งอาจเริ่มจากเสียงที่ดูเล็กมากในตอนแรก และบางครั้ง คนหนึ่งคนที่เลือกจะพูด อาจกำลังเปิดทางให้คนอีกจำนวนมากได้ถูกได้ยินไปพร้อมกัน SPEAK UP! เราต้องไม่ยอมจำนน เพราะสิทธิของผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องเล็ก และเสียงของผู้บริโภคไม่ควรถูกทำให้เงียบ
นิทรรศการ “SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ - 30 สิงหาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ส่งข่าวได้ที่ email : saowaporn12345@gmail.com และ bat_mamsao@yahoo.com
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- ญี่ปุ่นส่งคณะ 75 คนเยือน “สารนาถ–นโมฆาฏ” สัมผัสแผ่นดินปฐมเทศนา เปิดประตูท่องเที่ยวพุทธศาสนาเชื่อมสัมพันธ์อินเดีย–ญี่ปุ่น 23 ส.ค. 2569
- “ซาบีดา” เดินหน้าการทูตวัฒนธรรม 5C เชื่อมออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ เปิดโอกาสศิลปินไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเวทีโลก 23 ส.ค. 2569
- สอวช. ส่ง “STEMPlus” คว้ารางวัล GDCC Gov Cloud 2569 ชูแพลตฟอร์มเชื่อม Demand–Supply–Incentive ปั้นกำลังคนทักษะสูง รับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 23 ส.ค. 2569
- OKMD จับมือ สภากาชาดไทย เปิด “ OKMD Senior Plearn Ground” พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ต้นแบบผู้สูงวัยชู Brain-based Learning สร้างสุขภาวะ 4 มิติ หนุน Active Aging–Lifelong Learning 23 ส.ค. 2569
- เปิดเบื้องหลัง ‘เสียงผู้บริโภค’ผ่านนิทรรศการ SPEAK UP! 23 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
มทร.สุวรรณภูมิ โชว์ศักยภาพ “วิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ต้อนรับโรงเรียนพระดาบส 17:17 น.- รมว.ศธ. - รมช.ศธ.” ควงคู่ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู 5 นโยบายพลิกโฉมการศึกษา มุ่งลดภาระครู-รื้อสูตรลดเหลื่อมล้ำ 16:51 น.
- วว. จุดประกายร่วมสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่...ต้อนรับเยาวชนมหิดลวิทยานุสรณ์ 10:48 น.
- สอวช. อัปเดตเป้าหมายสร้าง IDE 1,000 × 1,000 พร้อมเดินเครื่องดันมาตรการสนับสนุนแบบ “ลงลึก และเห็นผลจริง” เพื่อปั้นธุรกิจไทยเติบโตสู่ตลาดโลก 10:14 น.
- สมศ.เปิดตัวนวัตกรรม “Digital QA Platform” 08:11 น.



