วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 06:57 น.

การศึกษา

วัดสระเกศรับพระมหากรุณาธิคุณ พระเถระ 4 รูปได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ สะท้อนบทบาทสำคัญคณะสงฆ์ไทย

วันพุธ ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569  นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง จ.เชียงราย และอดีตอนุกรรมาธิการพระพุทธศาสนา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขอร่วมแสดงมุทิตาจิตและน้อมถวายความยินดีแก่พระเถระที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ตามพระบรมราชโองการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประเภท ข ตอนที่ 57 ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยเฉพาะพระเถระจากวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในพระบรมราชโองการอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร ในการพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ครั้งนี้ มีพระเถระได้รับพระราชทานสมณศักดิ์รวม 4 รูป ได้แก่ พระราชอุปเสณาภรณ์ เป็นพระเทพวัชรเสนาบดี พระราชาคณะชั้นเทพ พระราชกิจจาภรณ์ เป็นพระเทพวัชรกิจจาภรณ์ พระราชาคณะชั้นเทพ พระศรีคุณาภรณ์ เป็นพระราชวัชรเจติยาภรณ์ พระราชาคณะชั้นราช และพระครูสิริวิหารการ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระวัชรวิหารการ พระราชาคณะชั้นสามัญ ทั้งนี้ การพระราชทานดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 และประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569

นายณพลเดชกล่าวว่า หากพิจารณาในภาพรวมจะเห็นได้ว่า วัดสระเกศยังคงเป็นพระอารามสำคัญที่มีบทบาทต่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง การได้รับพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระเถระถึง 4 รูปในคราวเดียว จึงมิใช่เพียงเรื่องของตำแหน่งหรือราชทินนามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภารกิจของพระสงฆ์ในการสืบทอดพระธรรมวินัย การบริหารกิจการคณะสงฆ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนการทำงานเชื่อมโยงกับสังคมและชุมชน

ทั้งนี้ เมื่อย้อนพิจารณาบทบาทของวัดสระเกศในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่าพระอารามแห่งนี้ยังมีบทบาทในกิจกรรมสาธารณประโยชน์และโครงการพัฒนาพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 มีการบูรณาการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ ให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และพื้นที่พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวพระราชดำริ โดยสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้กรุณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเสนอแนวทางเชื่อมโยงพื้นที่ไปยังวัดราชนัดดารามวรวิหารและโลหะปราสาทด้วย

นายณพลเดชกล่าวต่อว่า ประเด็นดังกล่าวจึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะในห้วงเวลาเดียวกัน วัดสระเกศมีทั้งบทบาทด้านพระพุทธศาสนา การพัฒนาสังคม และการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ควบคู่ไปกับการที่พระเถระของพระอารามได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถึง 4 รูป จึงถือเป็นภาพสะท้อนความสำคัญของพระอารามแห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาและสังคมที่มีความต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ พระราชทานสมณศักดิ์ครั้งล่าสุดยังมีความเชื่อมโยงกับพระเถระวัดสระเกศที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะพระเทพวัชรเสนาบดี และพระเทพวัชรกิจจาภรณ์ ซึ่งเดิมคือพระราชอุปเสณาภรณ์และพระราชกิจจาภรณ์ ขณะที่พระราชวัชรเจติยาภรณ์ เดิมคือพระศรีคุณาภรณ์ ทั้งสามรูปเคยได้รับการคืนสมณศักดิ์และราชทินนามตามพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้ หลังคดีถึงที่สุด โดยประกาศระบุให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์และราชทินนามมาก่อน

นายณพลเดชกล่าวว่า การประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกวาระหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนควรร่วมกันแสดงมุทิตาจิตแก่พระเถระผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ และในขณะเดียวกันควรมองเห็นถึงภารกิจที่มาพร้อมกับสมณศักดิ์ นั่นคือการปฏิบัติศาสนกิจให้สมกับพระราชทาน การธำรงพระธรรมวินัย และการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาและประโยชน์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประกาศฉบับดังกล่าว ราชกิจจานุเบกษาระบุเป็น เล่ม 143 ตอนที่ 57 ข ลงวันที่ 2 กันยายน 2569 และเป็นประกาศพระบรมราชโองการ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ จำนวน 37 รูป ซึ่งถือเป็นเอกสารราชการสำคัญที่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการรายงานข่าวเกี่ยวกับการพระราชทานสมณศักดิ์ในครั้งนี้ได้โดยตรง
 

หน้าแรก » การศึกษา