วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 13:08 น.

การศึกษา

“ยศชนัน” ลุยขอนแก่นดันนวัตกรรมแบตเตอรี่ มข. สู่เชิงพาณิชย์ ผนึก 3 มหา'ลัยภูมิภาคชง ทปอ. ปลดล็อกโครงสร้างอุดมศึกษา

วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.18 น.

“ยศชนัน” ลุยขอนแก่นดันนวัตกรรมแบตเตอรี่ มข. สู่เชิงพาณิชย์ ผนึก 3 มหา'ลัยภูมิภาคชง ทปอ. ปลดล็อกโครงสร้างอุดมศึกษา ชู KKUVolts โมเดลความสำเร็จผลิตโซเดียมไอออนแห่งแรกของไทย ประกาศวิสัยทัศน์แชร์ทรัพยากรข้ามสถาบัน-ดัน Talent Mobility ปั้นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเป็น Sandbox ขับเคลื่อนประเทศ 

เมื่อวันที่  11 กันยายน 2569 ที่ จ.ขอนแก่น  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีพลังงาน และร่วมกำหนดทิศทางอุดมศึกษาไทยในงาน "3 พลังเพื่อแผ่นดิน" ครั้งที่ 9 ณ โรงแรม Heritage Grand ขอนแก่น ร่วมกับผู้บริหารและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในส่วนภูมิภาค

ช่วงเช้า รมว.อว. ได้เข้าตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตแบตเตอรี่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUVolts) ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ต่อยอดงานวิจัยมาตั้งแต่ปี 2010 โดยทีมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ประสบความสำเร็จในการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไอออนแห่งแรกของไทย ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้จริงในยานพาหนะหลากหลายประเภท ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ รถกอล์ฟ ไปจนถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างรถถัง

โรงงาน KKUVolts ถือเป็นโรงงานต้นแบบที่ดำเนินการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเปิดรับงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน โดยใช้กลไกตลาดเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างด้วยการเปิดหลักสูตรเฉพาะทางด้านแบตเตอรี่ ซึ่งนักศึกษาระดับปริญญาตรีรุ่นแรกกำลังจะสำเร็จการศึกษา ถือเป็นการผลิตกำลังคนเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานของประเทศโดยตรง

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้เป็นประธานกล่าวปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "3 พลังเพื่อแผ่นดิน" ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระหว่าง 3 มหาวิทยาลัยหลักในภูมิภาค ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดย รมว.อว. ได้เสนอแนวทางแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการบริหารงานในมหาวิทยาลัย

ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ระบบมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องปลดล็อกการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อแก้ปัญหางบประมาณที่กระจายตัวไม่ตรงจุด พร้อมส่งเสริมการหมุนเวียนบุคลากรที่มีศักยภาพสูง (Talent Mobility) ให้สามารถทำงานข้ามภาควิชาได้ รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการแบ่งปันทรัพยากรบนห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่เกื้อหนุนกัน มากกว่าการแข่งขันเชิงวิชาการเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อน ยกระดับงานวิจัยขนาดใหญ่ และลดภาระความเครียดของบุคลากร

พร้อมกันนี้ รมว.อว. ยังผลักดันให้ มข., มช. และ ม.อ. เป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ที่สำคัญของประเทศ ในการสร้างองค์ความรู้ฐานรากที่แข็งแกร่ง ให้นักศึกษานำไปประยุกต์ใช้ได้ในระยะยาว โดยเตรียมนำเกณฑ์มาตรฐานที่ทั้ง 3 สถาบันร่วมกันกำหนด เข้าหารือในที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อสนับสนุนให้แต่ละมหาวิทยาลัยก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งในจุดแข็งของตนเอง

“หมุดหมายสำคัญในปีนี้คือการทำให้มหาวิทยาลัยกลุ่มนี้เป็นความหวังของประเทศ ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า หากกลไกนี้สำเร็จ การพัฒนาในมิติอื่นก็จะก้าวหน้าตามไปด้วย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

สำหรับช่วงบ่าย ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จะได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกกลับไปบูรณาการเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นต่อไป
 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา