วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569 01:06 น.

การศึกษา

พระเทพวัชรสารบัณฑิตยืนยัน “มจร น้ำไม่ท่วม” ระบบจัดการน้ำ 7 จุดยังทำงานปกติ เดินหน้าช่วยผู้ประสบภัยทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569, 10.10 น.

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พระเทพวัชรสารบัณฑิต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยสถานการณ์น้ำภายในมหาวิทยาลัยว่า แม้ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศกำลังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำเหนือหนุน และการระบายน้ำจากเขื่อนตอนบน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบระบบบริหารจัดการน้ำภายใน มจร พบว่ายังสามารถรองรับสถานการณ์ได้ และยืนยันว่า “มจร น้ำไม่ท่วม”

สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประกอบกับน้ำเหนือและการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน ทำให้พื้นที่ลุ่มตอนล่างได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้หน่วยงานสามารถระดมมาตรการช่วยเหลือและจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

มจร อยู่ในพื้นที่ลุ่ม ต้องเตรียมพร้อมรับน้ำ
พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวว่า สำนักงานใหญ่ มจร ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 55 ถนนพหลโยธิน ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ลุ่มและเดิมเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อีกทั้งอยู่ในบริเวณที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองหลายสาย

ดังนั้น เมื่อเกิดฝนตกหนัก พายุ น้ำเหนือไหลลงมาสมทบ รวมถึงการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนตอนบน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ โดยมีบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ซึ่งมหาวิทยาลัยเคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก

ถอดบทเรียนจากปี 2568 สู่ระบบป้องกันและแก้ไข
พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวว่า ในปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มจร เคยเผชิญปริมาณน้ำจำนวนมาก น้ำในสระใหญ่เอ่อล้น ขณะที่น้ำจากคลองด้านหน้าดันเข้ามา ประกอบกับฝนตกหนักและน้ำเหนือหนุน ส่งผลให้ถนนสายกลางของมหาวิทยาลัยทั้งสองสายมีน้ำเอ่อและเจิ่งนอง รวมทั้งบริเวณถนนด้านหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยมีน้ำจำนวนมาก ทำให้การเดินทางของนิสิตและอาจารย์ได้รับผลกระทบ

จากสถานการณ์ดังกล่าว กองอาคารสถานที่และยานพาหนะจึงได้รับนโยบายจากอธิการบดีให้ดำเนินการ 2 แนวทางหลัก คือ “ป้องกัน” และ “แก้ไข” โดยพัฒนาระบบระบายน้ำและโครงสร้างรองรับน้ำภายในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

7 ระบบสำคัญรับมือน้ำท่วมภายในมหาวิทยาลัย
มาตรการที่ มจร ดำเนินการประกอบด้วย 7 ระบบสำคัญ ได้แก่

1. เพิ่มจุดระบายน้ำภายในมหาวิทยาลัย
มีการวางท่อระบายน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำจากจุดต่าง ๆ ไม่ให้เกิดน้ำขัง และช่วยให้น้ำไหลเข้าสู่ระบบท่อขนาดใหญ่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. ปรับปรุงท่อระบายน้ำขนาดใหญ่
มีการรื้อระบบท่อเดิมเพื่อขุดลอกและปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่มขนาดท่อให้กว้างและลึกมากขึ้น ทำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากกว่าเดิม จนมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ระบายน้ำขนาดย่อม

3. แก้ปัญหาคอขวดบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัย
เดิมบริเวณด้านหน้าซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมกันมีข้อจำกัดด้านการระบาย จึงมีการปรับปรุงเส้นทางน้ำและเพิ่มขนาดระบบระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลออกได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

4. จัดทำบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ 2 บ่อ
บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยมีบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ 2 บ่อ เพื่อรองรับน้ำจากพื้นที่ภายใน ก่อนทยอยระบายออกสู่คลองสาธารณะ

5. กระจายน้ำออกจากบ่อพักไปยัง 3 จุดหลัก
จากบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ทั้งสองบ่อ มีการกระจายน้ำผ่านระบบท่อไปยังจุดระบายขนาดใหญ่อีก 3 จุด เพื่อเร่งนำน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากและเร็วที่สุด

6. ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อจำเป็น
มจร มีระบบเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ พร้อมท่อระบายน้ำใต้ดินที่เชื่อมโยงกับสระใหญ่และพื้นที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย สามารถสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดน้ำท่วมขังหรือมีปริมาณน้ำจากระบบท่อมากเกินกว่าที่จะระบายได้ตามปกติ

7. ป้องกันน้ำจากคลองด้านหน้าหนุนย้อนกลับเข้ามา
มีระบบป้องกันกรณีระดับน้ำในคลองด้านหน้าสูงขึ้นและเกิดแรงดันย้อนกลับผ่านท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญของพื้นที่ลุ่ม

ลงพื้นที่ตรวจสอบ ยืนยันระบบทั้ง 7 ด้านยังทำงานได้
พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวว่า หลังจากมีการดำเนินมาตรการดังกล่าวในปีที่ผ่านมา กองอาคารสถานที่และยานพาหนะ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับนโยบายให้ติดตามและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดในช่วงบ่ายวันที่ 26 กันยายน 2569 ได้ลงพื้นที่สำรวจทุกจุดและทุกพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย พร้อมติดตามกลไกการบริหารจัดการน้ำทั้ง 7 ระบบว่า ยังคงทำงานได้ตามปกติหรือไม่

จากการตรวจสอบ ยืนยันว่าระบบยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และมหาวิทยาลัยยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้

“วันนี้ เวลานี้ขอยืนยันว่า มจร น้ำไม่ท่วม”

พร้อมอธิบายว่า น้ำที่พบเห็นในบางบริเวณและมีบุคลากรเดินลุยน้ำอยู่นั้น เป็นเพียงน้ำในบางจุดและมีปริมาณไม่มาก โดยมหาวิทยาลัยยังสามารถบริหารจัดการและระบายน้ำได้

คาดสัปดาห์นี้ยังบริหารจัดการน้ำได้
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์หลังจากนี้ พระเทพวัชรสารบัณฑิตระบุว่า หากสถานการณ์ในช่วงสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ในระดับที่สามารถคาดการณ์และบริหารจัดการได้ มจร มีความมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้

อย่างไรก็ตาม หากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำมาในปริมาณมหาศาลแบบฉับพลันเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่ต้องประเมินตามความเป็นจริง

ทั้งนี้ ในภาวะปัจจุบัน มจร ยืนยันว่าการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยยังดำเนินไปตามปกติ และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์น้ำภายในมหาวิทยาลัย

มจร แสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
รองอธิการบดี มจร ยังกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้ที่เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมระบุว่า มจร กำลังรวบรวมเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประสานความร่วมมือกับ วิทยาเขต 12 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 28 แห่ง และหน่วยวิทยบริการ 5 แห่งทั่วประเทศ

เป้าหมายสำคัญคือการนำสิ่งของไปบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวถึงความเดือดร้อนของประชาชนว่า น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน บริษัท ห้างร้าน วัด สถานที่ราชการ และพื้นที่ประกอบอาชีพจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ผู้ปลูกพืช ไม้ดอกไม้ผล ตลอดจนผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งหลายรายได้รับความเสียหายอย่างหนักและอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู

สถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านการสัญจรหรือพื้นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปากท้อง รายได้ ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

“มจร น้ำไม่ท่วม” แต่ไม่ละเลยความทุกข์ของผู้ประสบภัย
สาระสำคัญจากการติดตามสถานการณ์ครั้งนี้จึงมี 2 ด้านควบคู่กัน ด้านหนึ่งคือการยืนยันว่า มจร ยังคงสามารถบริหารจัดการน้ำภายในพื้นที่ได้ จากการเตรียมระบบป้องกันและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือการแสดงความห่วงใยต่อประชาชนทั่วประเทศที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมล่วงหน้า การมีระบบระบายน้ำที่เพียงพอ การตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเสียหาย

สำหรับ มจร การบริหารจัดการน้ำครั้งนี้ยังสะท้อนบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีต โดยเฉพาะปี 2554 และปี 2568 สู่การพัฒนาระบบป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังเตรียมใช้เครือข่ายของตนเองในการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนที่กำลังประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

หน้าแรก » การศึกษา