วันเสาร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565 14:12 น.

การเมือง

"บิ๊กตู่" ไม่พลาด! ชม "มิลลิ" รับลูกสั่ง คกก.ดัน "ข้าวเหนียวมะม่วง" เป็นมรดกโลก

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 12.16 น.

วันที่ 18 เมษายน 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข้าวเหนียวมะม่วง หลังจาก ”มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล”ศิลปินหญิงชื่อดัง ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลก Coachella 2022 แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ที่ก่อนจบการแสดง มิลลิ ได้กินข้าวเหนียวมะม่วงโชว์  จะมีการผลักดันเมนู”ข้าวเหนียวมะม่วง”ขึ้นทะเบียนกับสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เป็นมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอง ซึ่งเรามีของดีๆจำนวนมาก

และตนเองได้ย้ำเสมอ Soft Power เรื่องอาหาร ธรรมชาติ เรื่องสุขภาพ หรือเรื่องต่างๆที่เรามีอยู่ นี่คือ Soft Powerที่ไทยมีความพร้อมและตนได้กำหนดไว้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งรัฐสนับสนุนและพัฒนาSoft Power ให้ได้ที่เรามีอยู่ โดยเฉพาะทรัพยากรที่เรามีจำนวนมากเพื่อทำให้คนให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับประเทศไทย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมมือร่วมใจกันส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากกรณีที่ไทยถือเป็นประเทศแรกที่ดำเนินการตามปฏิญญายูเนสโกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีตั้งมั่น และติดตามการทำงานของรัฐบาล มุ่งดำเนินนโยบายที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนประชาสัมพันธ์ กำหนดแรงจูงใจให้เอกชนเข้าร่วมกับรัฐบาลต่อยอด สร้างสรรค์จนเป็นผลสำเร็จ เมื่อประเทศไทยได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นประเทศแรกที่ดำเนินการตามปฏิญญายูเนสโกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (UNESCO Sustainable Travel Pledge) ซึ่งมีโรงแรมมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศตั้งมั่นในการยกเลิกการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงแรมส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในประเทศไทย

ทั้งนี้ ปฏิญญายูเนสโกเพื่อการเดินทางอย่างยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง UNESCO และ Expedia Group เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวทางปฏิบัติและความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนการลงนามในปฏิญญาเป็นการยืนยันต่อสาธารณะว่าที่พักต่างๆ จะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากธุรกิจของตน สร้างความตระหนักรู้ให้กับนักเดินทาง และช่วยให้พวกเขามีตัวเลือกในการเดินทางอย่างยั่งยืนมากขึ้น

โดย โรงแรมหลายแห่งระบุว่า โรงแรมสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นด้วยการสนับสนุนกิจกรรมในท้องถิ่น ซึ่งโรงแรมกว่าร้อยละ 46 ให้คำมั่นในขณะที่ลงนามในปฏิญญา และกว่าร้อยละ 58 ให้คำมั่นที่จะดำเนินการในอนาคตซึ่งจากการศึกษาพบว่าวัสดุธรรมชาติหลายชนิดที่นิยมใช้กันในครัวเรือนไทย เช่น ไม้ไผ่ ต้นกล้วย ใบตาล กะลามะพร้าว เป็นต้น ได้รับความสนใจและความต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร แฟชั่น การออกแบบตกแต่งภายใน และแม้กระทั่งการก่อสร้าง ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าโรงแรมหลายแห่งได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในท้องถิ่น เช่น หลอดไม้ไผ่ หรือถุงผ้าจากผักตบชวา ความร่วมมือระหว่างโรงแรมและผู้ผลิตในท้องถิ่นเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

นายธนกร กล่าวว่า น่าชื่นชมภาคเอกชนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้แก่การท่องเที่ยว โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เนื่องจากในปัจจุบัน กระแสการรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจ และยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังการจ่ายสูง ก็จะมีส่วนช่วยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาประเทศ และยังเป็นการลดต้นทุน สร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจ และชุมชนมากขึ้นอีกด้วย โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีทั้งภูมิศาสตร์ ทรัพยากร และบุคลากรที่มีศักยภาพ ผลักดันเป็นยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบที่หลากหลาย โดยไทยสามารถจะปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามบริบทโลกได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเชื่อว่านอกจากจะตอบโจทย์กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะสามารถสอดรับกับโลกยุคหลังโควิด -19 ได้ด้วย

พาณิชย์พร้อมหนุนส่งออกอาหาร-คอนเทนต์ไทยไปต่างประเทศ 

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุน Creative Economy โดยปี 2565 นโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปีคือการส่งเสริมและเชื่อมตลาดด้านนี้โดยเน้น Soft Power และยินดีหากทีมนี้จะให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมสนับสนุน

นางมัลลิกา กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้นโยบายกับกระทรวงพาณิชย์ ด้าน Soft Power ว่ากระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นผู้ที่ช่วยส่งเสริม Soft Power เพื่อที่จะทำให้ Soft Power ของไทยไปผงาดในตลาดโลก ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต

โดยเฉพาะอาหารไทยเป็นที่เลื่องลือและยอมรับไปทั่วโลกและสิ่งที่มีความคุณค่ามากที่สุด คือ ความเป็นไทย ที่ไม่มีใครแย่งไปจากเราได้ ซึ่งนำไปขายได้ในทุกเรื่อง ทั้งในด้านการผลิตที่ละเอียดลออ งดงามและมีความรับผิดชอบ ในภาคบริการการท่องเที่ยวที่ไม่มีใครสู้เราได้ในโลก ซึ่งทั้งหมดนี้จะไปสู่โลกได้อย่างไร เราก็ทำมาเป็นลำดับและทำเป็นระบบชัดเจน มีกลไกรับผิดชอบยิ่งขึ้น

โดยในปี 2565 ซึ่งได้มอบหมายให้ดำเนินยุทธศาสตร์ Soft Power ทำกิจกรรม ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรมแรกของปี 65 คือ การผลักดัน Soft Power ผ่านภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ในโครงการ Content Pitching เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งผู้เจรจาจากบริษัทฝั่งไทยสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 815 ล้าน นับเป็นครั้งแรกในการดึงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงชื่อดังอย่าง Netflix, WeTV, iQiyi และ VIU เจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่าสถานการณ์การส่งออกข้าวเหนียว ปี 2564 มีปริมาณ 150,570 ตัน มูลค่า 3,108.40 ล้านบาท ลดลง 25.73% จากปี 63 และปี 2565 (ม.ค.- ก.พ. 65) มีปริมาณ 29,312 ตัน มูลค่ารวม 594.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.98 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 64 มีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน สหรัฐอเมริกา ลาว เวียดนาม และญี่ปุ่น

และสถานการณ์การส่งออกมะม่วงสดปี 2564 ไทยส่งออกมะม่วงรวม 4,440.30 ล้านบาท แบ่งเป็น มะม่วงสด มูลค่า 2,934.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 50.25 จากปี 63 และมะม่วงกระป๋องมูลค่า 1,505.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.12 จากปี 63

และปี 2565 (ม.ค. – ก.พ. 65) มีปริมาณ 10,398 ตัน มูลค่ารวม 403.51 ล้านบาท แบ่งเป็นมะม่วงสด มูลค่า 177.96 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 38.13 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันจากปี 64 และมะม่วงกระป๋องมูลค่า 225.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 21.78 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันจากปี 64

โดยมีประเทศ 10 อันดับแรกที่เป็นตลาดส่งออกมะม่วงสดสำคัญของไทย ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เมียนมา ลาว สิงคโปร์ รัสเซีย เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจีนตามลำดับ

หน้าแรก » การเมือง