การเมือง
สุกรเถื่อนทะลักเข้าเกลื่อน! สมาคมหมูร้องรัฐแก้ หวั่นแพร่เชื้อ ASF ในไทยอีก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สมาคมหมูร้องรัฐแก้ปมลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อนทะลักจากต่างประเทศ หวั่นแพร่เชื้อ ASFในไทย หลังพบหมูกล่องราคาต่ำกระจายตามร้านหมูกะทะอื้อ คาดมีขบวนลอบนำเข้าตีตลาดไทย หวั่นกระทบเกษตรกรในประเทศ
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2565 ที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้มีการแถลงข่าวร่วมกับ นายกสมาคมสุกร 4 ภาค เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ จำนวนมากจนอาจส่งผลกระทบผู้เลี้ยงสุกรในประเทศระยะยาว
ทั้งนี้นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่าจากการเฝ้าสังเกตการณ์ การกระทำผิดมาสักระยะหนึ่ง ของเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรพบว่ามีขบวนการลักลอบการนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อนหรือที่เรียกว่าหมูกล่องอย่างเปิดเผย โดยพบว่ามีการจำหน่ายเนื้อสุกร ราคาถูกกว่าปกติ โดยคาดว่ามีหมูกล่องราคาถูกที่นำไปขายในตลาดหมูกะทะกว่าร้อยละ 80-90 แม้กรมปศุสัตว์ออกมากวาดล้างอย่างจริงจัง แต่จำนวนที่จับได้ยังคงเป็นส่วนน้อย จึจึงต้องเรียกร้องให้ภาครัฐเอาจริงกับการปราบปรามการลักลอบการนำเข้า โดยภาครัฐควร ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าภายใน ควรจะเข้าไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพราะปัจจุบันเราส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงและมีบางส่วนเสียหายจากปัญหาโรคระบาดโดยเฉพาะ ASF ที่เกษตรกรกำลังเริ่มกลับมาเข้าขุนใหม่แล้วกว่า 1 ล้านตัว ซึ่งก่อนผลผลิตจะออกสู่ตลาดในไตรมาสที่ 4 ในปีนี้ เราจะปล่อยให้มีการลักลอบต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อตลาดสุกรในประเทศโดยปัจจุบันสถานการณ์การระบาดโรค ASF ในสุกรเริ่มคลี่คลาย และหากยังมีการลักลอบนำเข้าอาจทำให้เนื้อสุกร ที่ติดเชื้อเข้ามามีการแพร่ระบาดต่อเนื่อง
ทั้งนี้เกษตรกรยังมีปัญหาภาวะต้นทุนการผลิตสุกรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น มี Supply น้อยกว่าความต้องการ และถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้การเลี้ยงสุกรในปัจจุบัน ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระต้นทุน ในไตรมาสที่ 2-3/2565 อยู่ในช่วง 98-101 บาทต่อกิโลกรัม
นอกจากนี้ผู้เลี้ยงสุกรต้องแบกรับภาระต้นทุนดูแลทั้งกลุ่มพืชไร่-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และชาวนา-ข้าว ในขณะที่ราคาขายสุกรหน้าฟาร์มต้องให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดูแลผู้บริโภคในประเทศ ดังนั้นปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูที่มีราคาต่ำมาจำหน่ายในประเทศ จึงเป็นเรื่องที่เอารัดเอาเปรียบผู้เลี้ยงสุกรไทย จนถึงขั้นสามารถทำลายการเลี้ยงสุกรไทยได้จึงขอให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เท่าที่มีการตรวจสอบพบว่าขณะนี้มีการลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศกว่าวันละ1000 ตัน เข้ามาตีตลาดไทยซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลก และไม่ทราบว่าใครเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะประกาศชัดเจนไม่ให้มึการนำเข้าแต่มีขบวนการลักลอบนำเข้าโดยมีการสำแดงเอกสารอันเป็นเท็จเพื่อลักลอบในการนำเข้าจำนวนมาก และถ้ายังปล่อยให้มีการลักลอบนำหมูราคาถูกเข้ามา นอกจากจะทำลายอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของไทยแล้ว ยังเป็นการนำโรค ASF กลับเข้ามาในระบบอีก เพราะไทยเราเริ่มคุม ASF ได้แล้ว เนื้อหมูนำเข้าเหล่านั้นมีวางจำหน่ายแพร่กระจายไปทุกภูมิภาค เป็นหมูแช่แข็งมาจากยุโรป ตามรายงานข่าว เมื่อ 4 กรกฎาคม 2565 ว่ามีการระบาดของ ASF ที่เยอรมัน ยิ่งทำให้เนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้ามาเสมือนเป็นขยะที่เขาต้องทำลาย แต่ลักลอบส่งมาขายแบบถูกๆ หากปล่อยให้อยู่ในระบบก็จะมีโอกาสที่คนงานในฟาร์มไปสัมผัสนำเชื้อเข้าฟาร์มได้ การกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่ ผู้เลี้ยงต้องเผชิญทั้ง Supply ส่วนเกิน และเชื้อไวรัสในระบบที่พร้อมต่อเชื้อได้ตลอดเวลา เราจึงต้องเร่งหาทางกำจัดการลักลอบนำเข้าอย่างด่วนที่สุด
ด้านนายสัตวแพทย์วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้าในช่วงนี้ มีราคาที่ต่ำกว่าราคาในบ้านเรามาก แต่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งโลกแพงพอๆ กัน ยกเว้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านเราที่ยังแพง ราคาอยู่ที่ 12-13 บาทต่อกิโลกรัม โดยข้าวโพดในต่างประเทศรวมต้นทุนค่าขนส่งแล้วต่ำกว่าไทยไม่มาก ในขณะที่ข้าวสาลีเริ่มย่อตัวเล็กน้อย ดังนั้นเนื้อหมูที่ลักลอบหรือที่ตลาดเรียก “หมูกล่อง” มีราคาเสนอขายต่ำมากนั้น มั่นใจว่าเป็นหมูติดเชื้อ ASF ทั้งหมด ถ้ายังจำกันได้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย ส.ส.ภาคเหนือท่านหนึ่ง ได้นำหลักฐานผลการตรวจพบเชื้อ ASF ในเนื้อหมู จากที่ขายลดราคาในตลาดกรุงเทพฯ และตรวจซ้ำถึง 2 ครั้ง มายืนยันในสภา จึงเป็นหลักฐานที่ค่อนข้างเชื่อได้ว่า เนื้อหมูลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย เป็นเนื้อที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ASF เกือบทั้งหมด
ดังนั้น “หมูกล่อง” ที่เก็บตามห้องเย็นต่างๆ เสมือนระเบิดเวลาของประเทศ ที่จะทำให้เกิดการระบาดไม่สิ้นสุด และเชื่อว่ากลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมู กลุ่มแปรรูปถนอมอาหารก็น่าจะสำรองเนื้อหมูเหล่านี้ไว้เช่นกัน โดยใช้เหตุผลที่ว่า “ไวรัสไม่ติดต่อสู่คน” มาเป็นประโยชน์ในการรับซื้อของขบวนการลักลอบนำเข้าหมูกล่องเหล่านี้ วันนี้เราจึงต้องหาทางจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน”
ขณะที่นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ตลอดเวลาตั้งแต่ต้นปี สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมจัดสัมมนาสัญจรใน 10 จังหวัด ตั้งแต่อีสานเหนือ จนถึงอีสานใต้เพื่อแนะนำให้เกษตรกรที่กำลังจะกลับมาเลี้ยงใหม่ที่ร่วมสัมมนาได้รู้สิธีการเลี้ยงอย่างถูกวิธี และถ้าหากยังมีการปล่อยให้มีการลักลอบยนำเข้า เนื้อสุกรที่มีเชื้อโรคเข้ามาอาจทำลายขบวนการเลี้ยงสุกรได้โดยประเมินได้ว่ามีเกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่ประมาณ 10% ถึงแม้ภาระต่างๆ ยังหนักหนามาก เช่น ค่าลูกสุกรพันธุ์ที่สูง ค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน ฯลฯ ภาคอีสานเป็นตลาดที่มีหมูลักลอบสูงเช่นกัน เนื่องจากมีตลาดการแปรรูปถนอมอาหารที่ใหญ่มาก ถ้าเนื้อหมูดังกล่าวปนเปื้อนไวรัส ASF ภาคอีสานก็จะมีการกระจายของเชื้อในเนื้อหมูนี้มากเช่นกัน สุดท้ายแล้วมันจะมาทำร้ายเกษตรกรผู้เลี้ยงในพื้นที่ระลอกใหม่
สำหรับแนวทางแก้ไขผมเคยชี้แนะให้กระทำในลักษณะ 3 ประสาน ทั้งกรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน กับการจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูกเกินจริง ก็ถือว่าเป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเช่นกัน เพราะเป็นการกระทำความผิดต่อผู้เลี้ยงและผู้ค้า ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานสามารถประสานงานกันได้ เพื่อไม่ให้ประเทศเสียหาย เพราะการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูที่อาจปนเปื้อนเชื้อไวรัส หรือแม้แต่สารเร่งเนื้อแดงก็ตาม ถือว่าผิดกฎหมายทั้งนั้น
นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวว่า “ภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่ปริมาณเนื้อหมูไม่เพียงพออยู่แล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่แรกที่เสียหายจากการระบาดของโรค ASF ในสุกร จากปกติปริมาณสุกรเข้าโรงฆ่าในพื้นที่อยู่ที่ 2,000-3,000 ตัวต่อวัน และมีการนำเข้าซากสุกรที่เชือดแล้วประมาณ 70-100 ตันต่อวัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนำเข้า "ซากสุกร" ขึ้นมาทางภาคเหนือเพิ่มขึ้นเป็น 160-170 ตันต่อวัน ส่งผลกระทบต่อยอดขายสุกรมีชีวิตในฟาร์มเริ่มออกช้าลง 30% ทำให้ต้องเลี้ยงต่อไปจนมีน้ำหนักมากขึ้น ทำให้ราคาหน้าฟาร์มมีทิศทางที่จะอ่อนตัว ถึงแม้การกลับเข้าขุนใหม่ของผู้เลี้ยงจะเพิ่มขึ้นแต่ผลผลิตยังไม่มาก ซึ่งคาดว่าจะพอเพียงในพื้นที่ภายในสิ้นปีนี้ แต่กลับมีปริมาณเนื้อหมูในตลาดเพิ่มขึ้นผิดปกติ
คาดว่าเป็นเนื้อหมูลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ หมูลักลอบเหล่านี้น่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ค้าคนไทย ทั้งภาครัฐผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบป้องกัน แต่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารที่หันไปซื้อของถูกมาปรุงให้ผู้บริโภคกิน ซึ่งเป็นที่สงสัยว่าจะเป็นเนื้อหมูที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ASF ซึ่งภาครัฐต้องรีบกำจัดเนื้อหมูผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ด้านนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโยชีพ รองอธิบดี กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับทางสมาคมฯ เร่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้นอนใจ โดยจากข้อมูลที่ได้รับ ตนจะนำเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ เพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมปศุสัตว์ จะร่วมมือกับกรมศุลกากร กรมการค้าภายในเพื่อร่วมกันทำงานแบบบูรณาการณ์ และยืนยันว่าที่ผ่านมา มีการประกาศชัดเจนว่า ห้ามไม่ให้มีการนำเข้าเนื้อสุดรจากต่างประเทศ มาโดยตลอด และหากตรวจพบก็จะมีการยึดอายัดและทำลายทันที ซึ่งจากนี้ไปคงจะต้อง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกด่านเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้นด้วย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- TGA ถกเพื่อไทย-อดีต THACCA ดัน "พ.ร.บ.เกม" ปลดล็อกกฎหมายล้าหลัง "ยศชนัน" ชูสร้าง Deep Tech เชื่อมทุนโลก "หมอเลี้ยบ" หนุน Cash Rebate 30% ปั้น New S-Curve 12 ม.ค. 2569
- “กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ” เตรียมพร้อมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน และยุติธรรรมพบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ 12 ม.ค. 2569
- "ณพลเดช" เผยดิสนี่แลนด์ไทยแลนด์ 1 แสนล้าน อาจพลิกโฉมประเทศ สร้างประโยชน์รอบด้าน 5 มิติ 12 ม.ค. 2569
- ถอดรหัสมูเตลูธิปไตย ยุทธศาสตร์"ดร.มหานิยม" กราบพญานาค–หลวงปู่สอน 12 ม.ค. 2569
- พรรคภูมิใจไทย นำเสนอนโยบาย ด้านสังคม บนเวที กกต. ชู ดูแลผู้สูงอายุ ขยายอายุเกษียณ สร้างงาน ลดภาระรัฐ 12 ม.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"มณีรัฐ" ชงรัฐบาล หนุนศิลปกรรมอาชีวะสู่ศิลปาชีพ ยกระดับ OTOP ไทยสู่เวทีโลก 20:52 น.- "ณพลเดช" ชื่นชมเด็กอาชีวะเชียงรายคว้าแชมป์โลกแกะสลักหิมะ คือพลังศิลปะไทยที่รัฐต้องต่อยอดสู่เมืองสร้างสรรค์ระดับโลก 20:49 น.
- "ภูมิใจไทย" รุก กทม.! “เอกนัฏ” พร้อมสู้สุดซอย ด้าน “ประเดิมชัย” พร้อมยืนข้างชาวชุมชนร่วมใจพิบูล 2 สานต่อบ้านมั่นคง เรียกร้อง พอช.ลดดอกเบี้ย 20:13 น.
- “พิพัฒน์” ลุยชายแดนใต้ กระแสตอบรับคึกคัก นราธิวาส–ปัตตานี มั่นใจปักธงยกจังหวัด ชวนประชาชนทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นเศรษฐกิจ–สันติสุขอย่างยั่งยืน 20:11 น.
- 'พีระพันธุ์' การันตี! 'อรัญญา' เบอร์ 15 ตัวจริงจตุจักร-หลักสี่ ชูนโยบายปี 69 หั่นราคาน้ำมัน-แก๊ส พร้อมเพื่มเบี้ยคนพิการ 1,500 20:10 น.


