วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 03:20 น.

การเมือง

โอกาสใหม่ชูเศรษฐกิจฐานราก ดึงโมเดล “มิจิโนะเอคิ” ญี่ปุ่น ปั้นห้างข้างถนนตลาดชุมชน นำร่องร้อยเอ็ด–กาฬสินธุ์

วันจันทร์ ที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.02 น.

พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค เปิดตัวแนวนโยบายเศรษฐกิจฐานรากรูปธรรม ภายใต้วาระการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2569 ด้วยการผลักดันโครงการ “ห้างข้างถนนตลาดให้ชุมชน” โดยหยิบยกโมเดลสถานีริมทาง “มิจิโนะเอคิ” (Michi-no-Eki) ของประเทศญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้กับบริบทสังคม เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตั้งเป้าแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง และสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นโยบายดังกล่าวถูกนำเสนอในฐานะ “นวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะ” ที่แตกต่างจากแนวทางประชานิยมแบบอุดหนุนระยะสั้น โดยมุ่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

รายงานการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ของพรรคโอกาสใหม่ ระบุว่า นโยบาย “ห้างข้างถนนตลาดให้ชุมชน” เป็นจุดตัดของยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์เกษตรกรรม และยุทธศาสตร์คมนาคมและโลจิสติกส์ โดยใช้ประโยชน์จากโครงข่ายถนนที่มีอยู่แล้ว เปลี่ยน “ทางผ่าน” ให้กลายเป็น “พื้นที่ทำกิน” ของคนท้องถิ่น

สำหรับพื้นที่นำร่อง พรรคโอกาสใหม่เลือก 2 พื้นที่สำคัญ คือ ทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด–เสลภูมิ และทางหลวงหมายเลข 2336 อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีบริบทแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในพื้นที่ทางหลวงหมายเลข 23 ร้อยเอ็ด–เสลภูมิ ถูกประเมินว่ามีศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เชื่อมต่อหลายจังหวัดในอีสานตอนกลาง สามารถพัฒนาเป็น “สถานีประตูสู่ภูมิภาค” รองรับนักเดินทางและรถขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโยงการจำหน่ายข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ สินค้า GI สำคัญของพื้นที่ รวมถึงการท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติอย่างบึงเกลือ

ขณะที่พื้นที่ทางหลวงหมายเลข 2336 อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกวางบทบาทเป็น “ศูนย์กลางชุมชน” มากกว่าการพึ่งพากำลังซื้อจากนักเดินทางผ่านทาง เนื่องจากเป็นเส้นทางรอง มีปริมาณจราจรไม่สูงนัก พรรคโอกาสใหม่เสนอให้พัฒนาในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เน้นตลาดชุมชน สินค้าเฉพาะถิ่น และการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ วิทยาเขตนามน เพื่อดึงคนรุ่นใหม่ นักศึกษา และกิจกรรมสร้างสรรค์เข้ามาหล่อเลี้ยงพื้นที่

ในเชิงโครงสร้าง นโยบายดังกล่าวเสนอรูปแบบการบริหารจัดการผ่าน “วิสาหกิจชุมชนแบบมืออาชีพ” โดยให้ท้องถิ่น กลุ่มชุมชน และนักลงทุนท้องถิ่น ร่วมถือหุ้นและบริหารในลักษณะหุ้นส่วนภาครัฐ–ชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโครงการรัฐที่สร้างเสร็จแล้วขาดการดูแล พร้อมกำหนดระบบคัดเลือกสินค้าและมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

พรรคโอกาสใหม่ประเมินว่า หากโครงการห้างข้างถนนตลาดชุมชนสามารถผลักดันได้จริง จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากเดิมที่ได้รับส่วนแบ่งเพียง 20–30% ของราคาขายปลีก เป็น 60–70% ผ่านการขายตรงถึงผู้บริโภค พร้อมกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยว ลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ และสร้างงานในระดับอำเภอและชุมชน

อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ถึงความท้าทายสำคัญ ทั้งข้อจำกัดด้านกฎหมายการใช้พื้นที่เขตทางหลวง ความต่อเนื่องทางการเมือง และการรักษามาตรฐานในระยะยาว ซึ่งพรรคโอกาสใหม่เสนอให้แก้ไขด้วยการทำข้อตกลงระดับกระทรวง การผลักดันโครงการนำร่องระดับจังหวัด และการกำหนดกลไกตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่ย้ำว่า นโยบาย “ห้างข้างถนนตลาดให้ชุมชน” ไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการ “แจกโอกาส” ด้วยการสร้างเครื่องมือทำมาหากินให้ชุมชน หากสามารถขับเคลื่อนอย่างจริงจัง จะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจอีสาน และยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็นผู้ประกอบการที่ยืนหยัดได้ด้วยตนเองในระยะยาว.
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง