วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 05:46 น.

การเมือง

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ "ประมงเพื่อไทย 2569" สมุทรสาครสนามหัวหาด ปลาหมอคางดำบททดสอบ "ยศชนัน" 

วันอังคาร ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.11 น.

สมุทรสาครกำลังกลายเป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อพรรคเพื่อไทยเลือก “นโยบายประมง” เป็นหัวหอกหลักในการช่วงชิงฐานเสียง โดยเฉพาะในจังหวัดที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงอาหารทะเลของไทย” และเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานมูลค่าหลายแสนล้านบาท

บทวิเคราะห์เชิงนโยบายล่าสุดชี้ว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กำลังเดินเกมการเมืองแบบ “สองหน้าในหนึ่งยุทธศาสตร์” เพื่อรับมือกับวิกฤตซ้อนทับที่ถาโถมภาคประมง ทั้งกฎหมาย IUU วิกฤตแรงงานข้ามชาติ การแข่งขันระหว่างประเทศ และการระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่สร้างความเสียหายหนักต่อเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

สมุทรสาคร: มากกว่าพื้นที่หาเสียง แต่คือสนามวัดบารมี

การลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ของ นายยศชนัน และคณะ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพบปะประชาชนทั่วไป แต่ถูกวางเป็นยุทธศาสตร์ “หัวหาด” (Beachhead Strategy) เพื่อเจาะฐานเสียงกลุ่มชาวประมงพาณิชย์ สมาคมประมง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทะเล

บทบาทของผู้เล่นหลักในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น นายอุดม กันม่วง แกนนำพรรคในจังหวัดสมุทรสาคร, นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร และ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ถูกมองว่าเป็น “คีย์แมน” ในการกำหนดทิศทางคะแนนเสียงของจังหวัดชายฝั่งกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า หากพรรคเพื่อไทยยึดสมุทรสาครได้สำเร็จ จะเท่ากับได้รับการรับรองเชิงสัญลักษณ์จากกลุ่มทุนภูธรและเครือข่ายประมงระดับชาติ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งในพื้นที่ชายทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน

กลยุทธ์ทวิลักษณ์: ปลดล็อกกฎหมาย + ประมงอัจฉริยะ

หัวใจของนโยบายประมงเพื่อไทยปี 2569 คือการเดินเกมแบบ “ทวิลักษณ์” (Dual Strategy)

ด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยผลักดันการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกฎหมายในยุครัฐบาลทหาร เพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดที่ชาวประมงพาณิชย์ร้องเรียนมานาน ทั้งการใช้เครื่องมือประมงบางประเภท การขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล และการปรับลดบทลงโทษทางอาญา แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็น “ประชานิยมทางกฎหมาย” ที่มุ่งดึงคะแนนเสียงจากผู้ประกอบการเรือประมงที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ IUU

ขณะเดียวกัน นายยศชนัน ได้นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของพรรคผ่านแนวคิด “ประมงอัจฉริยะ” (Smart Fisheries) ด้วยการใช้ AI, IoT, ข้อมูลดาวเทียม และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานสินค้าอาหารทะเลไทยสู่ตลาดโลก แนวคิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ นักลงทุน และอุตสาหกรรมแปรรูปขนาดใหญ่

ปลาหมอคางดำ: วิกฤตนิเวศ บททดสอบความเป็นผู้นำ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในสมุทรสาครไม่ใช่เรื่องกฎหมายหรือเทคโนโลยี แต่คือการระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่ทำลายระบบนิเวศและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจนับร้อยล้านบาทต่อปี

พรรคเพื่อไทยเลือกเดินเกมอย่างระมัดระวัง ด้วยการประกาศวาระแห่งชาติในการกำจัดปลาหมอคางดำ ควบคู่กับมาตรการรับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยและอาหารสัตว์ รวมถึงการใช้ความรู้ด้านชีววิทยาและพันธุศาสตร์เพื่อควบคุมการแพร่พันธุ์ แทนการเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนเอกชนโดยตรงที่กำลังถูกเกษตรกรฟ้องร้องแบบกลุ่ม

นักวิชาการประเมินว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “ประคองสมดุล” ระหว่างฐานเสียงเกษตรกรรายย่อยกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่สุดของพรรคในพื้นที่นี้

ความเสี่ยงระดับสูง: ใบเหลือง EU และความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี

แม้นโยบายประมงของพรรคเพื่อไทยจะตอบโจทย์ระยะสั้น แต่รายงานวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

ความเสี่ยงต่อการถูกสหภาพยุโรปให้ใบเหลือง IUU ซ้ำ หากการแก้กฎหมายถูกมองว่าอ่อนมาตรฐาน

ความขัดแย้งระหว่างประมงพาณิชย์กับประมงพื้นบ้านจากการแย่งทรัพยากรชายฝั่ง

ความเสี่ยงที่เทคโนโลยี AI จะเอื้อเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ ขณะที่ชาวประมงรายย่อยขาดความพร้อมด้านดิจิทัล

ดังนั้นการเลือกตั้งปี 2569 ในสมุทรสาครจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัคร แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจาก “พรรคประชานิยมดั้งเดิม” ไปสู่ “พรรคเทคโนแครตสมัยใหม่” ได้จริงหรือไม่

ชัยชนะในพื้นที่นี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายใดนโยบายหนึ่ง หากแต่อยู่ที่ความสามารถของพรรคในการรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์ทรัพยากร และแรงกดดันจากประชาคมโลก ซึ่งสมุทรสาครกำลังทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบทางการเมืองที่ทั้งประเทศจับตาอย่างใกล้ชิด

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง