วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569 02:17 น.

การเมือง

วันครูไทย2569! ส่องนโยบายการศึกษา–สวัสดิการครู  กลายเป็นหัวใจสมรภูมิการเมือง ทำได้จริงหรือแค่ความฝัน 

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.14 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำลังถูกจับตามองในฐานะ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการเมืองไทยร่วมสมัย หลังการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และแรงกดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่กับการทำประชามติ

ในสมรภูมิการหาเสียงที่เข้มข้น เดือนมกราคม 2569 ถูกยกให้เป็น “Golden Period” ของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเมื่อปฏิทินการเมืองโคจรมาบรรจบกับ วันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 70 (16 มกราคม 2569) ซึ่งปีนี้ถูกยกระดับจากพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่ “เวทีประลองยุทธศาสตร์” เพื่อช่วงชิงฐานเสียงครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 9 แสนคนทั่วประเทศ—กลุ่มผู้นำความคิดที่มีอิทธิพลสูงในระดับชุมชน

วาทกรรม “คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู” กับการเมืองแบบจารีตนิยมใหม่

คำขวัญวันครูปี 2569 ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบให้ว่า
“คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู”
ถูกนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์มองว่าเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่แฝงนัยเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน

ในเชิงวิเคราะห์วาทกรรม คำขวัญดังกล่าวตอกย้ำ “ความสัมพันธ์แนวดิ่ง” และระบบอาวุโส โดยดึงคุณค่าความกตัญญูและการอุปถัมภ์กลับมาเป็นแกนกลาง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของพรรคภูมิใจไทยในฐานะผู้พิทักษ์จารีต และเป็นสัญญาณเชิงการเมืองไปยังกลุ่มข้าราชการและฐานเสียงอนุรักษ์นิยม

เมื่อเปรียบเทียบกับคำขวัญวันครูในรอบทศวรรษ จะเห็นความแตกต่างทางอุดมการณ์อย่างชัดเจน ตั้งแต่ยุคอำนาจนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปจนถึงยุคเสรีนิยมก้าวหน้าในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก่อนจะ “หวนกลับ” สู่คุณค่าแบบดั้งเดิมอีกครั้งในปี 2569

ครูในฐานะ “หัวคะแนนธรรมชาติ” และเหตุผลที่วันครูกลายเป็นสมรภูมิ

นักสังคมวิทยาการเมืองชี้ว่า ครูในต่างจังหวัดทำหน้าที่เป็น “หัวคะแนนธรรมชาติ” จากความน่าเชื่อถือและเครือข่ายผู้ปกครอง การยกย่องเชิดชูครูในเชิงวาทกรรมช่วงใกล้เลือกตั้งจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการกระชับความสัมพันธ์กับกลไกฐานเสียงที่ทรงพลังที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ

วิกฤตหนี้ครู 1.4 ล้านล้านบาท กับการแข่งขันประชานิยม

ข้อมูลจากนโยบายหาเสียงระบุว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 80% มีภาระหนี้สิน รวมมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท ปัญหานี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางการแข่งขันนโยบายของพรรคการเมือง

พรรคเพื่อไทย เสนอแพ็กเกจ “ล้างหนี้” ควบคู่การปรับเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ใช้แนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจูงใจวินัยการเงิน

พรรคภูมิใจไทย ใช้ความได้เปรียบเชิงอำนาจรัฐ ผลักดันโครงการกู้หมุนเวียน ก.ค.ศ. วงเงินสูงสุด 700,000 บาท และพักหนี้ กยศ. 5 ปี โดยมีไทม์ไลน์ทับซ้อนช่วงก่อนเลือกตั้งอย่างชัดเจน

พรรคประชาชน เลี่ยงการแจกเงิน เน้นปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย และปฏิรูปสหกรณ์ออมทรัพย์ครู พร้อมเสนอสวัสดิการถ้วนหน้าเพื่อลดรายจ่ายครัวเรือน

นักวิชาการจาก TDRI และธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนว่า มาตรการรีไฟแนนซ์และพักหนี้อาจสร้าง “กับดักหนี้” และเพิ่มภาระการคลัง ในช่วงที่หนี้สาธารณะไทยแตะระดับ 65% ของ GDP แล้ว

จาก “ครูเวร” ถึง ว1/2569: ปฏิรูปจริงหรือประชานิยมทางวิชาชีพ

นอกจากปัญหาปากท้อง ประเด็นภาระงานและความก้าวหน้าในวิชาชีพก็เป็นอีกสมรภูมิสำคัญ รัฐบาลปัจจุบันชูผลงานการยกเลิกครูเวรและจัดสรรงบกว่า 2 พันล้านบาทจ้างบุคลากรรักษาความปลอดภัยแทน

ขณะที่การประกาศเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะ ว1/2569 ถูกวิพากษ์ว่าเป็น “ประชานิยมทางวิชาชีพ” ที่เอื้อครูระดับบน และอาจนำไปสู่การล่ารางวัล มากกว่าการยกระดับคุณภาพการสอนในห้องเรียนจริง

สงครามนโยบายการศึกษา: Virtual School–Tablet–เรียนฟรี

นโยบายการศึกษาถูกออกแบบให้โดนใจทั้งครูและผู้ปกครอง

ภูมิใจไทยผลักดัน Virtual School ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่

เพื่อไทยรื้อฟื้น Tablet per Child และแนวคิด Learn to Earn

พรรคประชาชนชู “เรียนฟรีต้องฟรีจริง” ลดค่าใช้จ่ายแฝง พร้อมรถรับส่งนักเรียนฟรี

พรรคไทยก้าวใหม่สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยนโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาเอก ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและภาระงบประมาณ

TDRI เตือนสติ: การศึกษาต้องพ้น “ลด–แลก–แจก–แถม”

TDRI ระบุว่า งบประมาณปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มีพื้นที่ทางการคลังจำกัดอย่างยิ่ง พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่โฟกัสการ Reskill/Upskill ตามความต้องการตลาด แก้หนี้เชิงพฤติกรรม และลดคอร์รัปชันในกระทรวงศึกษาธิการ

บทสรุป: เลือก “ความมั่นคงแบบเดิม” หรือ “ความเสี่ยงเพื่อการเปลี่ยนแปลง”

วันครู 2569 จะถูกจดจำในฐานะวันที่ “ครู” ถูกยกย่องสูงสุดในเชิงวาทกรรม แต่อนาคตของครูไทยยังผูกติดกับข้อจำกัดงบประมาณและโครงสร้างอำนาจเดิม การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทน หากแต่เป็นการเลือกระหว่างการเยียวยาระยะสั้นด้วยประชานิยมหรือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่อาจเจ็บปวดแต่ยั่งยืนกว่า และคำตอบนั้น อยู่ในมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง