วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 01:23 น.

การเมือง

แนะตั้งสติ มีวิจารณญาณ แยกแยะข่าวจริงลวง  เข้าคูหาเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

วันจันทร์ ที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.13 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในหมุดหมายทางการเมืองที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เพียงเพราะการแข่งขันเพื่อชิง 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น หากแต่ยังผนวกการออกเสียงประชามติว่าด้วยอนาคตรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เข้าไว้ในวันเดียวกัน ท่ามกลางบริบทที่นักวิชาการเรียกว่าเป็น “จุดหักเหของระบอบประชาธิปไตยแบบไทย”

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการ ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายและแรงกดดันทางสังคม ขณะเดียวกัน กกต.ต้องบริหารจัดการการเลือกตั้งที่มีต้นทุนสูงถึงราว 8,970 ล้านบาท พร้อมบัตรลงคะแนน 3 ใบ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

จากบัตรใบเดียว สู่ “หาร 100” : คณิตศาสตร์การเมืองที่กำหนดชะตาพรรค

หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งปี 2569 อยู่ที่การกลับมาใช้ ระบบบัตร 2 ใบ และสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบ “หาร 100” ตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMA) และสูตรหาร 500

นักวิชาการชี้ว่า สูตรหาร 100 ได้ยกระดับ “กำแพงการเข้าสภา” ของพรรคการเมืองขนาดเล็กอย่างชัดเจน พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง ต้องรวบรวมคะแนนเกือบ 3.5–4 แสนคะแนน ส่งผลให้คะแนนของพรรคเล็กจำนวนมากมีแนวโน้มกลายเป็น “คะแนนตกน้ำ” และเร่งให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองในมือพรรคขนาดใหญ่

บัตร 3 ใบ กับโจทย์ “ตั้งสติ” ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิจะต้องใช้วิจารณญาณกับบัตร 3 ใบที่มีผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง

บัตรสีเขียว (ส.ส.เขต) ใช้ระบบผู้ได้คะแนนสูงสุด ชี้ขาดด้วยตัวบุคคลและเครือข่ายท้องถิ่น

บัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) เป็นตัววัดความนิยมพรรคในระดับชาติ ภายใต้สูตรหาร 100

บัตรสีเหลือง (ประชามติรัฐธรรมนูญ) ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจรัฐในระยะยาวยิ่งกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.

นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงของภาวะ Ballot Roll-off หรือการละเลยบัตรประชามติ ท่ามกลางกระแสหาเสียงที่ร้อนแรง ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจเชิงโครงสร้างของประเทศถูกกลบด้วยการแข่งขันทางการเมืองระยะสั้น

ยุทธศาสตร์ 3 ขั้วใหญ่ บนสนาม “หาร 100”

ข้อมูลการเมืองล่าสุดสะท้อนการก่อตัวของ 3 ขั้วหลัก

พรรคภูมิใจไทย เน้นยุทธศาสตร์ชนะเขตเลือกตั้ง อาศัยเครือข่ายท้องถิ่นและความได้เปรียบของรัฐบาลรักษาการ

พรรคประชาชน เดินเกมอุดมการณ์ มุ่งคะแนนบัญชีรายชื่อและเขตเมือง ท่ามกลางข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและแรงกดดันทางกฎหมาย

พรรคเพื่อไทย เผชิญโจทย์หนักในการรักษาฐานเสียงเดิม ท่ามกลางการแข่งขันจากทั้งสองขั้ว

สงครามข้อมูล–Deepfake : สนามรบใหม่ของการเลือกตั้ง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเลือกตั้ง 2569 จะเป็นสมรภูมิของ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และการใช้ AI–Deepfake ในการบิดเบือนข้อมูล โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ภาคประชาชนและองค์กรสื่อจึงเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยกระดับทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้

เดิมพันอนาคตประเทศ

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนเข้าสภา แต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง ภายใต้กติกาที่ซับซ้อนและแรงกดดันรอบด้าน นักวิชาการสรุปว่า ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับว่า ประชาชนสามารถใช้ “สติและวิจารณญาณ” แยกแยะระหว่างคนกับพรรค ระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวลวง และระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นกับอนาคตระยะยาวของประเทศได้มากเพียงใด

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง