วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 01:57 น.

การเมือง

  จับตา “กล้าธรรม” เคาะทิศทางร่วมรัฐบาล “ไผ่ ลิกค์” ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้–ฝ่ายค้านง่ายกว่าเลือกตั้งใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.44 น.

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรค พรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นนัดแรกภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง แม้ขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่รับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ ทิศทางการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะความชัดเจนว่าจะร่วมกับ พรรคภูมิใจไทย หรือไม่

บรรยากาศที่ทำการพรรคตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นไปอย่างคึกคัก สื่อมวลชนจำนวนมากปักหลักรอทำข่าว ขณะที่บรรดาว่าที่ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมซึ่งเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น.

เวลา 14.20 น. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เดินทางถึงที่ทำการพรรค โดยมี น.ส. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค เดินทางตามมา แต่ร.อ.ธรรมนัสใช้ทางเข้าด้านหลังและขึ้นห้องประชุมทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ คาดว่าภายหลังประชุมจะมีการแถลงข่าว

ด้านนาย ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการรับฟังความเห็นสมาชิกเพื่อกำหนดทิศทางพรรคหลังการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นร่วมจัดตั้งรัฐบาลยังมีเวลา เนื่องจากสมการทางการเมืองมีความซับซ้อนและแตกต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 อย่างมาก

“พรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อต่อรอง และร้อยเอกธรรมนัสก็ไม่ได้ยึดติดตำแหน่งรัฐมนตรี” นายไผ่กล่าว พร้อมย้ำว่า หากพรรคแกนนำต้องการให้ดำเนินการในทิศทางใด พรรคก็พร้อมพิจารณา

อย่างไรก็ตาม นายไผ่ยอมรับว่าสถานการณ์ครั้งนี้ “แปลก” กว่าที่ผ่านมา เพราะหลายพรรคการเมืองประกาศจุดยืนชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล ทำให้การพูดคุยเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่น ประเด็นคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่พรรคกังวลและต้องรอความชัดเจน

สำหรับกระแสข่าวว่าพรรคอาจไม่ได้กระทรวงสำคัญ หรืออาจไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเลย นายไผ่ระบุว่า “ผู้กองวันนี้บอกไม่ยึดติดตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว จะเอาอะไรอีก อย่าเอาความผิดมาโทษเราเลย” พร้อมย้ำว่าพรรคไม่ได้อยากได้กระทรวงใดเป็นพิเศษ และไม่มีเงื่อนไขให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อนแล้วค่อยแบ่งกระทรวง เพราะทุกอย่างต้องพูดคุยกันให้ชัดเจน

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ระหว่างการเลือกตั้งใหม่กับการเป็นฝ่ายค้าน นายไผ่ตอบตรงไปตรงมาว่า “เป็นฝ่ายค้านง่ายกว่า” เนื่องจากผู้สมัครหลายคนใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการหาเสียง หากจะให้เลือกตั้งใหม่ย่อมกระทบผู้สมัครโดยตรง แต่หาก กกต. ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ

นายไผ่ยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจพรรคจนได้ สส. 58 เสียง พร้อมระบุว่า พรรคยินดีทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และพร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป

ทั้งนี้ ทิศทางของพรรคกล้าธรรมยังต้องรอผลการประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ยังผันผวน และสายตาของสังคมที่จับจ้องว่าพรรคจะตัดสินใจเดินเกมอย่างไรในสมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้.

หน้าแรก » การเมือง