วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:24 น.

การเมือง

 ไทย–เมียนมาหารือไม่เป็นทางการที่ภูเก็ต เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ–ความมั่นคงชายแดน หนุนสันติภาพยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.49 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรม Trisara จังหวัดภูเก็ต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับ ตาน ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

การพบปะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ พร้อมยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกันกว่า 2,400 กิโลเมตร และมีความร่วมมือครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เพื่อส่งเสริมความสงบสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

หนุนสันติภาพ–เปิดทางเมียนมากลับสู่อาเซียน

นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า ไทยย้ำจุดยืนอยากเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลประโยชน์และความมั่นคงของไทย รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ฝ่ายเมียนมาแจ้งว่า กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยรัฐบาลใหม่มีเป้าหมายนำประเทศกลับสู่เสถียรภาพและกระบวนการปรองดองแห่งชาติ พร้อมเปิดกว้างต่อการพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์และฝ่ายที่เรียกร้องประชาธิปไตย

ไทยแสดงความยินดีต่อแนวทางดังกล่าว และย้ำว่าการสร้างสันติภาพต้องมาจากกระบวนการภายในเมียนมาเอง พร้อมทั้งสนับสนุนการรื้อฟื้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน ภายใต้กรอบ “ฉันทามติ 5 ข้อ” เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่ผ่านมาแทบไม่มีความก้าวหน้า

เร่งความร่วมมือชายแดน ปราบสแกม–ยาเสพติด

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ การลักลอบผลิตและลำเลียงยาเสพติด ตลอดจนความร่วมมือแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและมลพิษในแม่น้ำที่กระทบประชาชนทั้งสองประเทศ

ด้านเศรษฐกิจ ไทยและเมียนมาตกลงส่งเสริมการฟื้นฟูการค้าชายแดน อำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน รวมถึงสนับสนุนภาคเอกชนไทยที่เข้าไปดำเนินธุรกิจในเมียนมา โดยมีข้อหารือเรื่องการใช้สกุลเงินจ๊าด–บาทในการค้าระหว่างกัน และการพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนที่สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือด้านพลังงาน ซึ่งบริษัทพลังงานของไทยแสดงความสนใจพัฒนาโครงการเพิ่มเติม โดยฝ่ายเมียนมายืนยันพร้อมสนับสนุน

สถานการณ์สู้รบยังตึงเครียด

แม้การหารือระดับรัฐมนตรีจะเป็นไปในทิศทางบวก แต่สถานการณ์ภาคสนามในเมียนมายังคงมีความตึงเครียด โดยเช้าวันเดียวกัน มีรายงานว่าเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาเข้าทิ้งระเบิดบริเวณเนินเขาบ้านผาลู จังหวัดเมียวดี ฝั่งตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนถึงฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความสูญเสียหรือผลกระทบต่ออธิปไตยไทย โดยหน่วยงานความมั่นคงของไทยยังคงตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานเหตุวางระเบิดสะพานผาซอง ข้ามแม่น้ำสาละวิน ในพื้นที่รัฐกะยา ทำให้ไม่สามารถสัญจรได้ โดยก่อนหน้านี้กองทัพเมียนมาประกาศยึดคืนเมืองผาซองและควบคุมพื้นที่รัฐกะยาได้ทั้งหมด หลังการสู้รบยืดเยื้อกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน

รัฐกะยาเป็นรัฐชาติพันธุ์ขนาดเล็กทางตะวันออกของเมียนมา มีพื้นที่ติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทย และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดการสู้รบรุนแรงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อม

นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม หากเมียนมาต้องการประสานการพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย แต่จะไม่ก้าวก่ายกระบวนการภายใน พร้อมยืนยันว่าไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะประเทศด่านหน้า และต้องการเห็นเมียนมากลับสู่ความปกติและครอบครัวอาเซียน

“เราอยากเห็นสันติภาพในเมียนมา เพราะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งต่อประชาชนเมียนมาและต่อความมั่นคงของไทย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

การหารือครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของความพยายามสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังเปราะบาง และความหวังต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในกรอบอาเซียนในระยะต่อไป.
 

หน้าแรก » การเมือง