วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:24 น.

การเมือง

“วิษณุ” เตือนปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงขัด รธน. หากไม่ลับ อาจถึงขั้นโมฆะทั้งประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.15 น.

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์2569 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายหัวข้อ “ถอดรหัสภาวะผู้นำ–กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย” ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่น 14 ที่ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยได้ตอบคำถามผู้เข้าอบรมถึงกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ จนเกิดข้อกังวลว่าการลงคะแนนอาจ “ไม่ลับ” และขัดรัฐธรรมนูญ

ชี้ตีความได้ 2 แนวทาง

นายวิษณุอธิบายว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถตีความทางกฎหมายได้ 2 แนวทาง

แนวทางที่ 1: หากบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร ย่อมถือว่า “ไม่ลับ” ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องกระทำโดยตรงและลับ ซึ่งอาจทำให้การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขัดรัฐธรรมนูญ

แนวทางที่ 2: ความลับพิจารณาเฉพาะขณะกากบาทในคูหา หากช่วงเวลานั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ การลงคะแนนยังถือว่าลับ ส่วนการตรวจสอบภายหลังเป็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยยกกรณีเลือกตั้งปี 2549 ที่การตั้งคูหาในบางแห่งทำให้ผู้อื่นมองเห็นขณะลงคะแนน ซึ่งถูกวินิจฉัยว่าไม่เป็นความลับเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้น “ระหว่างกากบาท”

ความเห็นส่วนตัว: “ถ้ามีโอกาสรู้ ก็ไม่ใช่ความลับ”

อย่างไรก็ตาม นายวิษณุกล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวของตน—ซึ่งอาจผิดได้—เอนเอียงไปทางแนวทางที่ 1 เพราะหัวใจของคำว่า “ลับ” คือ ต้องลับตลอดไป หากมีโอกาสตรวจสอบย้อนกลับได้ในภายหลัง ก็ไม่อาจถือว่าเป็นความลับตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

“ถ้าศาลรัฐธรรมนูญหยิบบัตรเลือกตั้งหนึ่งใบที่มีบาร์โค้ด ไปเทียบกับต้นขั้ว แล้วเทียบกับบัญชีรายชื่อ จนทราบว่าเป็นใคร ก็แสดงว่าไม่ลับแล้ว” นายวิษณุกล่าว

เสี่ยงเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

เมื่อถูกถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่กล้าคาดเดา แต่หากวินิจฉัยว่าไม่ลับ กกต.มีทางเลือกหลักคือสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ไม่สามารถเลือกเฉพาะบางเขตได้ เพราะบัตรเลือกตั้งใช้รูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ

เขาย้อนถึงกรณีปี 2549 ที่แม้ปัญหาการจัดคูหาจะเกิดเพียงบางพื้นที่ แต่ก็มีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ซึ่งสร้างภาระงบประมาณมหาศาล

เตือน กกต. อาจต้องรับผิดซ้ำรอยปี 49

นายวิษณุยังเตือนว่า หากคดีเข้าสู่การวินิจฉัย อาจไม่จบเพียงการเลือกตั้งใหม่ เพราะในอดีตปี 2549 นอกจากการเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้ว กรรมการการเลือกตั้งยังต้องรับผิดทางกฎหมายถึงขั้นโทษจำคุก

“จะบอกว่าให้ กกต.รับผิดชอบเฉพาะทางปกครองอย่างเดียวคงไม่ง่าย เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต.แล้ว” นายวิษณุกล่าว พร้อมระบุว่า ความรับผิดชอบย่อมเป็นเรื่องของทั้งคณะ

ห่วงความขัดแย้งรัฐบาลใหม่–แก้รัฐธรรมนูญ

นอกจากประเด็นบาร์โค้ด นายวิษณุยังประเมินว่า รัฐบาลชุดต่อไปจะเผชิญความท้าทายระยะยาว ทั้งความขัดแย้งภายในจากการแย่งชิงตำแหน่ง และความขัดแย้งจากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติ ซึ่งจะมีผู้แทนจากหลายขั้วความคิดเข้ามามีส่วนร่วม

เขาระบุว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งใหม่จะเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน มีผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก และอาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ทางการเมืองในอนาคต

ทั้งนี้ ประเด็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ยังคงต้องติดตามการวินิจฉัยขององค์กรที่เกี่ยวข้องต่อไป ท่ามกลางความกังวลเรื่องมาตรฐาน “การเลือกตั้งโดยตรงและลับ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย.
 

หน้าแรก » การเมือง