วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 06:56 น.

การเมือง

“เปรมศักดิ์” ซัดเดือดกลางวุฒิสภา! ค้านเลือกเพิ่ม 2 กกต.เตือนอย่างซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.12 น.

เมื่อวันที่  26 กุมภาพันธ์  2569  ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) ซึ่งมีวาระสำคัญพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร และ นายมณฑล สุดประเสริฐ ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการสามัญคเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกกต.แล้ว

ทั้งนี้ บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นอภิปรายแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการให้ความเห็นชอบในครั้งนี้ โดยย้ำว่า การตัดสินใจของวุฒิสภาวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่อง “เติมคนให้ครบองค์ประกอบ” แต่เป็นเรื่องของ “ความไว้วางใจ” ที่ประชาชนมีต่อระบบเลือกตั้งทั้งระบบ

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ในระดับต่ำอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เกิดคำถามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก จนกลายเป็น “วิกฤตศรัทธา” ต่อองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง

นพ.เปรมศักดิ์อภิปรายปัญหาออกเป็น 4 ประเด็นหลักในการทำหน้าที่ของกกต.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้แก่
1.ความผิดพลาดเชิงระบบซ้ำซาก ทั้งปัญหาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ขัดข้อง การลงทะเบียนล่าช้า ความสับสนในหลายพื้นที่ จนประชาชนต้องย้อนกลับไปใช้วิธีการแบบเดิม เกิดต่อคิวยาวและความไม่พอใจ
2.บัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้มีสิทธิ์บางส่วนไม่สามารถใช้สิทธิได้ เกิดข้อครหาว่าจำนวนบัตรไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3.การสื่อสารที่สะท้อนทัศนคติไม่เหมาะสม โดยเห็นว่าแทนที่ กกต.จะอธิบายอย่างสุภาพและชัดเจน กลับมีท่าทีท้าทาย และบางกรณีถึงขั้นดำเนินคดีกับประชาชนที่ตั้งคำถาม ทำให้สังคมรู้สึกว่าถูกกดทับด้วยอำนาจรัฐ
4.การบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้งและการนับคะแนนล่าช้า หลายหน่วยมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เกิดความตึงเครียด และมีข้อครหาว่าขาดความโปร่งใส

“วันนี้เราไม่ได้วัดกันที่จำนวนกรรมการกกต. แต่ต้องวัดกันที่ความไว้วางใจของประชาชน ขอตั้งคำถามว่า หากความเชื่อมั่นต่อ กกต.เหลือเพียงราว 28 % การเลือกกรรมการกกต.เพิ่มอีก 2 คนจะเป็นการแก้ปัญหา หรือยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ของระบบ” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว 

นพ.เปรมศักดิ์ย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มุ่งคัดค้านตัวบุคคล เพราะไม่เคยมีรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ถูกเสนอชื่อทั้งสองราย แต่เป็นการอภิปรายเชิงหลักการ เพื่อปกป้องความน่าเชื่อถือของกระบวนการประชาธิปไตย และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานที่ผ่านมาอย่างโปร่งใสก่อน

“ประเทศอาจอยู่ได้ด้วยกฎหมาย แต่ประชาธิปไตยอยู่ได้ด้วยศรัทธา วันที่ 26 กุมภาพันธ์ อาจเป็นเพียงวันหนึ่งในปฏิทินของสมาชิกวุฒิสภา แต่สำหรับประชาชนแล้ว คือวันที่พวกเขาจับตาว่าเสียงทักท้วงจะได้รับการรับฟังหรือไม่ การลงมติในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญต่อบทบาทของวุฒิสภา ว่า จะเลือกเดินหน้าตามกลไกทางกฎหมาย หรือหยุดทบทวนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งไทย" นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง