วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 06:56 น.

การเมือง

วุฒิสภาเดินหน้าประชุมลับลงมติรับรอง "จิรุตม์" เป็น กกต.คนใหม่  "มณฑล" ไม่ผ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.49 น.

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ โดย นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง หลังจากที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี นายกมล รอดคล้าย สว. เป็นประธานกมธ.ฯ ได้พิจารณาแล้วเสร็จและนำเสนอรายงานลับให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาก่อนลงมติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ให้สว.อภิปรายในเนื้อหาส่วนแรกแล้ว ได้เข้าสู่การประชุมลับ เพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติของผู้เสนอชื่อเป็น กกต.  ทั้งนี้ผลปรากฎว่า นายจิรุตม์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยมติ 144 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง ขณะที่นายมณฑล ได้คะแนนเห็นชอบ เพียง 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 102 เสียง และงดออกเสียง 57 เสียง จึงถือว่านายมณฑลไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม 

ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ 'คตง. – ผู้ตรวจการแผ่นดิน'
ขณะเดียวกันที่ประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน

โดย นายมงคล ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น จะไม่มีการพิจารณาระเบียบวาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามรัฐธรรมนูญ และตนไม่อนุญาตให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกาประชุม

ทำให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. หารือต่อประเด็นที่เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระที่ไม่พบการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ พร้อมแจ้งเหตุผลที่เสนอญัตติดังกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.เวลานี้

โดยนายมงคล ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่สามารถบรรจุญัตติดังกล่าวได้ เพราะอาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากการพิจารณาต้องเป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ที่กำหนดให้ดำเนินการประชุมได้เฉพาะการทำหน้าที่พิจารรณาเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามวาระที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมต่อไป

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คณะ ในส่วนของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีองค์ประกอบให้มีกมธ.คณะละ 15 คน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 12 คณะ คณะละ 1 คน รวม 12 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) จำนวน 3 คน และมีมติกำหนดเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ภายใน 60 วัน

ขณะที่ สว.ที่ได้รับเลือกให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ที่เสนอชื่อเป็น กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 15 คน อาทิ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นายพรเพิ่ม ทองศรี นายพิชาญ พรศิริประทาน นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ นายวราวุธ ตีระนันทน์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง นายสุทนต์ กล้าการขาย นายอัษฎางค์ แสวงการ

ส่วน กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้เสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายธวัช สุระบาล พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ นายศุภโชค ศาลากิจ นายสิทธิกร ธงยศ เป็นต้น
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง