วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:56 น.

การเมือง

"ณพลเดช" ชี้ "แม่น้ำลาว" ทางออกโครงสร้างน้ำเชียงราย ท่ามกลางวิกฤตข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่

วันศุกร์ ที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.45 น.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายณพลเดช สว.สำรอง เชียงราย กล่าวถึงแนวทางผลักดัน “แม่น้ำลาว” เป็นแหล่งน้ำดิบใหม่ว่า เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อน แต่ในเชิงโครงสร้างคือการยกระดับความมั่นคงด้านน้ำของเชียงรายในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทที่เมืองกำลังก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน การมีแหล่งน้ำดิบที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอจึงเป็นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ตนอยากชี้ให้เห็นว่า ปัญหาน้ำกกปนเปื้อนไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ แต่มีรากจากกิจกรรมการลงทุนทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการขุดแร่หายากหรือแรร์เอิร์ท ซึ่งมีมหาอำนาจเข้าไปลงทุนอย่างเข้มข้น กระบวนการสกัดแร่ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงต่อการปล่อยสารเคมีและโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำ และไหลข้ามพรมแดนเข้าสู่ลุ่มน้ำกกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายณพลเดชมองว่า สถานการณ์ลักษณะนี้เป็น “โจทย์ที่หาทางออกได้ยาก” ในเชิงระหว่างประเทศ แม้จะมีการร้องเรียนหรือหยิบยกเข้าสู่เวทีสหประชาชาติ หรืออ้างอิงหลักกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติการบังคับใช้ยังมีข้อจำกัดสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของมหาอำนาจและทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์อย่างแรร์เอิร์ท ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก

ในมุมมองเชิงความเป็นจริง ปัญหาการปนเปื้อนจึงอาจไม่สามารถยุติได้ในระยะสั้น และมีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนกว่าทรัพยากรแร่ในพื้นที่จะถูกขุดใช้ไปอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้พื้นที่ปลายน้ำอย่างเชียงรายต้องเผชิญความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำต่อเนื่อง และไม่สามารถพึ่งพาแม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำหลักได้เหมือนในอดีต

การเลือกแม่น้ำลาวจึงสะท้อนแนวคิดการกระจายความเสี่ยงของแหล่งน้ำ (Water Diversification) ตามหลักสากล โดยลดการพึ่งพาแหล่งน้ำเดียว และสร้างระบบสำรองเชิงยุทธศาสตร์ รองรับทั้งวิกฤตคุณภาพน้ำและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเชียงรายกำลังเผชิญทั้งน้ำท่วมฉับพลันและภาวะขาดแคลนน้ำในบางช่วง

ในมิติศักยภาพแหล่งน้ำ เชียงรายยังมีเครือข่ายแม่น้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำลาว แม่น้ำกรณ์ และแม่น้ำอิง ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นโครงข่ายน้ำแบบบูรณาการ หากมีการเชื่อมโยงระบบท่อส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ และสถานีผลิตน้ำเข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพทั้งด้านปริมาณและคุณภาพน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกประเทศ

ณพลเดชเสนอว่า โครงการนี้ควรถูกต่อยอดสู่แผนแม่บทน้ำเชียงราย ที่มองทั้งระบบและระยะยาว โดยผสานทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม และการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ภายใต้ความไม่แน่นอนของบริบทภูมิรัฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาเป็น 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุม 4 อำเภอ 24 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่ใช่เพียงโครงการสาธารณูปโภค แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันเชิงระบบ” ให้กับเมือง ทั้งในด้านสุขภาพประชาชน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และศักยภาพการท่องเที่ยว

ในระยะยาว การบริหารจัดการน้ำควรพัฒนาไปสู่ระบบ Smart Water Management ที่ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงจากทั้งภายในและภายนอกประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดการใช้แม่น้ำลาวจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์” ภายใต้สถานการณ์ที่แหล่งน้ำเดิมได้รับผลกระทบจากกิจกรรมข้ามพรมแดน และเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างระบบน้ำเชียงราย เพื่อรองรับอนาคตที่มีความไม่แน่นอนสูงยิ่งขึ้นครับ
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง