วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23:18 น.

การเมือง

ปชป. เดินหน้าฟื้นกฎหมายภาคประชาชนชน สัปดาห์เดียว 5 ฉบับ ทั้ง “PRTR-แรงงาน-สภา SME-กองทุน อสม.”  ดันแก้ รธน. ตั้ง สสร. ห้ามแตะหมวด 1-2  

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.41 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านทีมงานพรรค สรุปการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติและมาตรการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบสัปดาห์ ชี้เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกเพื่อกอบกู้สิทธิของภาคประชาชน และอุดช่องว่างทางกฎหมายที่ถูกฝ่ายบริหารเพิกเฉย ยืนยันเดินหน้ายื่นร่างกฎหมายสำคัญและมาตรการตรวจสอบทุจริตอย่างเข้มข้น

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ “ไม่ยืนยัน” ร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน ส่งผลให้ความเพียรพยายามของภาคประชาชนต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ในสัปดาห์นี้ สส. ของพรรคประชาธิปัตย์จึงได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาอีกครั้ง โดยหยิบยกเอาเนื้อหาที่ผ่านการเคาะจากชั้นกรรมาธิการวิสามัญชุดก่อนซึ่งเป็นจุดสมดุลระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ มาปัดฝุ่นและยกระดับให้เข้มข้นขึ้น ประกอบด้วย

ร่าง พ.ร.บ. รายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่างฉบับของ ปชป. จะใช้เนื้อหาเดิมที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาคธุรกิจแล้ว แต่จะมีการ ปรับลดระยะเวลาบทเฉพาะกาลให้สั้นลงจาก 5 ปี เหลือ 2 ปี เพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไทยให้สอดรับกับเกณฑ์ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามหมุดหมายของประเทศ

ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มุ่งเน้นการขจัดปัญหาการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบการทุกรูปแบบ โดยนำร่างที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วมาปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานยุคใหม่

ร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อยกระดับและรับรองสถานะทางกฎหมาย กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ และสิทธิประโยชน์ของแนวหน้าสุขภาพ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพิ่มกลไก "กองทุนสวัสดิการ อสม." เข้าไปในร่างกฎหมาย เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากกฎหมายเยียวยาภาคประชาชนแล้ว นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าพรรคได้จัดทำร่างกฎหมายที่เป็นเสาหลักนโยบายของพรรคเสร็จสิ้น และพร้อมยื่นต่อสภาอีก 2 ฉบับ คือ
1. ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ปรับปรุงกติกาให้หน่วยงานรัฐต้องจัดทำและจัดเก็บข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digitalization) เพื่อความโปร่งใสและเอื้อให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล (Open Data) พร้อมกระชับกระบวนการอุทธรณ์ในกรณีที่รัฐปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลให้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

2. ร่าง พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภา SME) จัดตั้งองค์กรกลางเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศในการคานอำนาจและเจรจาต่อรอง พร้อมบรรจุบทบัญญัติบังคับให้รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริม SME ไทยอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดสัดส่วนโควตาในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
 
ส่วนการตรวจสอบความโปร่งใส นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า คณะทำงานกฎหมายของพรรคได้ตรวจสอบมติและการแถลงข่าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จและไม่ได้แทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง
 
“พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตมีผลผูกพันทุกองค์กร และได้ชี้ชัดไว้แล้วว่าพฤติการณ์ของนายศักดิ์สยามเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 126 ในเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ดังนั้น สส. พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เข้าชื่อกันเพื่อยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยความผิดในประเด็นนี้ต่อไปตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
 
สำหรับความเคลื่อนไหวทางเมืองเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนเสียง สส. ไม่เพียงพอตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยลำพัง จึงได้เปิดฉากเจรจาประสานงานกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่มีอุดมการณ์และเผชิญปัญหาทำนองเดียวกัน เพื่อร่วมมือกันผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยดีเดย์เตรียมยื่นร่างร่วมกันภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีกรอบสาระสำคัญ 3 ประการ 
 
 1.ที่มาของ ส.ส.ร. ต้องกระจายตัว กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยกลไกการโหวตเลือกในรัฐสภาจะต้องออกแบบให้เกิดการกระจายสัดส่วน ไม่ให้กลุ่มทุนหรือเสียงข้างมากในสภาเข้าควบคุมหรือผูกขาดอาณัติของ ส.ส.ร. ได้
 
2.ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงของรัฐและความรู้สึกของสังคม
 
3.ปรับปรุงกระบวนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในชั้นรัฐสภาหลังจากที่ ส.ส.ร. ยกร่างเสร็จสิ้น เพื่อให้กลไกประชาธิปไตยเดินหน้าได้โดยไม่ถูกกลุ่มเสียงข้างน้อยที่มีเงื่อนไขพิเศษใช้อำนาจยับยั้งจนร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต้องตกไป
 
“ ทั้งหมดนี้ก็คืองานที่เกี่ยวข้องกับด้านนิติบัญญัติที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ขับเคลื่อนในสัปดาห์นี้” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสรุป
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง