วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:25 น.

การเมือง

เดินหน้าทำงานเชิงรุก! “อาสพลธ์” ตั้ง 2 อนุกมธ.ลุยงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.28 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569  นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ  พรรคภูมิใจไทย (ภท.)ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  (กมธ.ป.ป.ช.)  กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ป.ป.ช. ที่ผ่านมาที่ประชุม มีมติคณะอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาจำนวน  2 คณะ เพื่อให้การทำงานของ กมธ. มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว  คือ 1. คณะอนุ กมธ.ป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งคณะนี้จะทำหน้าที่เสมือน “ฝ่ายปฏิบัติงาน” ของ กมธ.โดยมีภารกิจสำคัญในการกลั่นกรองและศึกษาเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ส่งมายัง กมธ.รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธาน หรือ กมธ.มอบหมาย ซึ่งการทำงานของคณะนี้จะเน้น ระยะสั้นถึงระยะกลาง เพื่อพิจารณาปัญหาเฉพาะเรื่องที่กระทบต่อประชาชน หรือมีความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้เริ่มประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายอาสพลธ์  กล่าวต่อว่า 2. คณะอนุ กมธ.ศึกษาแนวทางและมาตรการในการพัฒนาระบบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งคณะนี้จะทำหน้าที่เสมือน “คลังความคิด” หรือ think tank ของ กมธ. โดยมีหน้าที่ศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค กฎหมาย ระเบียบ และระบบการทำงานของภาครัฐที่อาจเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างความโปร่งใส รวมถึงศึกษาแนวทางของนานาอารยประเทศที่สามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม 

เป้าหมายสำคัญ คือการจัดทำข้อเสนอเชิงระบบ ทั้งด้านมาตรการ กฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติ เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“คณะอนุกมธ.ทั้ง 2 คณะ จะทำงานควบคู่กัน คณะหนึ่งทำงานเชิงปฏิบัติ เพื่อช่วยพิจารณาปัญหาเฉพาะเรื่องและเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนได้รับผลกระทบ ส่วนอีกคณะหนึ่งทำงานเชิงระบบ เพื่อศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้าง และเสนอแนวทางระยะกลางถึงระยะยาวในการลดโอกาสการทุจริตและยกระดับความโปร่งใสของประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าการปราบปรามการทุจริตไม่ควรเป็นเพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายแล้วเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่กับการป้องกัน วางระบบ ปรับกติกา และลดช่องว่างที่ทำให้เกิดการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง แนวทางนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการยกระดับมาตรฐานภาครัฐให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศให้เข้าสู่มาตรฐานสากล”

นายอาสพลธ์  กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ ตนและ กมธ.ป.ป.ช. จะเดินทางไปแนะนำตัว ประสานงาน และขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกิดผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะความโปร่งใส ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่คือรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นของประชาชน ความเป็นธรรมของประเทศ และอนาคตของประเทศไทย
 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง