วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:04 น.

การเมือง

ส.ว.เปรมศักดิ์ชงปฏิรูประบบแพทย์ฉุกเฉินครั้งใหญ่! ดัน "แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง" เชื่อมทุกหน่วยงาน สกัดความสูญเสียก่อนสายเกินไป

วันอาทิตย์ ที่ 05 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.03 น.

ส.ว.เปรมศักดิ์ชงปฏิรูประบบแพทย์ฉุกเฉินครั้งใหญ่! ดัน "แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง" เชื่อมทุกหน่วยงาน สกัดความสูญเสียก่อนสายเกินไป ศึกษาโมเดล 8 ประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีรับมือวิกฤต ช่วยชีวิตประชาชนให้เร็วกว่าเดิม 

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานครั้งล่าสุด ซึ่งได้พิจารณาแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย โดยศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศ ควบคู่กับการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการบริหาร เพื่อยกระดับการช่วยเหลือประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการศึกษากรอบการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงข้อมูล การสื่อสาร และการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรับมือกับวิกฤตที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้ศึกษากรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบ ได้แก่ พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เพื่อให้การดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินและการบริหารจัดการภาวะวิกฤตสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมาย

พร้อมกันนี้ คณะทำงานได้ศึกษาตัวอย่างการบริหารจัดการจากประเทศที่มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินทันสมัย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดเด่นในการพัฒนาระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การเชื่อมโยงฐานข้อมูล การบัญชาการเหตุการณ์แบบรวมศูนย์ การใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ การกำหนดมาตรฐานข้อมูลกลาง ตลอดจนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

สำหรับสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาระบบ Next Generation 911 (NG911) ขณะที่สหภาพยุโรปใช้ระบบหมายเลขฉุกเฉิน 112 และ NG112 ส่วนสหราชอาณาจักรเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่านระบบ NHS Spine ญี่ปุ่นพัฒนาระบบหมายเลขฉุกเฉิน 119 และ NET119 ด้านสิงคโปร์บูรณาการการให้บริการดับเพลิง กู้ภัย และการแพทย์ฉุกเฉินไว้ภายใต้หน่วยงานเดียว พร้อมศูนย์บัญชาการกลางและระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ขณะที่ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับระบบสื่อสารสำรองและการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ส่วนอินโดนีเซียพัฒนาระบบบริการฉุกเฉินที่รองรับพื้นที่หมู่เกาะและพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านเครือข่าย

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า บทสรุปของการศึกษาครั้งนี้เห็นตรงกันว่า ประเทศไทยควรเร่งยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยจัดตั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางด้านการแพทย์ฉุกเฉิน พัฒนาระบบรับแจ้งเหตุที่รองรับการสื่อสารได้หลายช่องทาง กำหนดมาตรฐานข้อมูลกลาง พัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ และสร้างระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อทุกสถานการณ์วิกฤต

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดวันและเวลาในการประชุมคณะทำงานครั้งต่อไป เพื่อเดินหน้าศึกษารายละเอียดและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ก่อนเสนอต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง