วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 02:59 น.

การเมือง

'สมเด็จพระมหาวีรวงศ์' ให้แนวทางการทำงานต่อ กมธ.ศาสนาฯ ในโอกาสเข้ากราบถวายสักการะ ย้ำห่วงอนาคตพระพุทธศาสนา ชี้ปมที่ดินวัด-เงินพระ-โรงเรียนปริยัติฯ ต้องยึดธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569   ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประธานคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เมตตาให้คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ เข้าถวายสักการะเนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ ชุดที่ 27 ซึ่งเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2569

นางธิวัลรัตน์ได้รายงานกรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายสำคัญด้านพระพุทธศาสนา 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ร่างพระราชบัญญัติสภาส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ร่างพระราชบัญญัติธนาคารพุทธแห่งประเทศไทย และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเดินทางไปพุทธสังเวชนียสถาน

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังเตรียมติดตามและผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ดินของวัดและที่พักสงฆ์ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายปี ทั้งกรณีที่ดินวัดทับซ้อนกับที่ดินสาธารณประโยชน์ การขอออกโฉนดที่ดินของวัด การพิสูจน์สิทธิการครอบครองในที่ดินของรัฐ ตลอดจนการขอใช้ที่ดินราชการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ ส.ป.ก. ราชพัสดุ และอุทยานแห่งชาติ โดยเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความชัดเจน

ประธานคณะกรรมาธิการฯ ยังระบุว่า จะติดตามแก้ไขปัญหาเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม การสนับสนุนการสร้างศาสนทายาท การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษา ปัญหาการค้างจ่ายเงินนิตยภัตของพระสังฆาธิการ รวมถึงการจัดทำบัญชีทรัพย์สินของวัด การจัดการเงินบริจาค และการจัดประโยชน์ของวัดให้เกิดความโปร่งใส

ด้าน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ได้ให้โอวาทและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยเน้นย้ำว่า “ขอให้ทุกท่านคิดดี พูดดี ทำดี ถ้าทุกคนคิดดี ทำดี ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา” พร้อมย้ำว่า ปัญหาที่ดินของวัดต้องยึดถือทั้งหลักพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมืองเป็นสำคัญ การใช้พื้นที่ของวัดต้องมีความเหมาะสม “อย่าอยากได้มาก” และหากวัดใดอยู่มาก่อนก็ควรมีการพิสูจน์สิทธิอย่างเป็นธรรม

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ยังแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ของโรงเรียนพระปริยัติธรรม โดยเฉพาะจำนวนพระภิกษุและสามเณรที่เข้าเรียนน้อยลง รวมทั้งปัญหาการบริหารจัดการที่ขาดความโปร่งใส ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตได้ในอนาคต การกำหนดเงินเดือนให้พระภิกษุเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและผิดหลักพระธรรมวินัย เพราะจะทำให้พระกลายเป็นเสมือน “ลูกจ้างของรัฐ” โดยเสนอว่า เงินสนับสนุนครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมควรอยู่ในรูปของเงินอุดหนุนตามการจัดการเรียนการสอนจะมีความเหมาะสมมากกว่า ส่วนปัญหาเงินนิตยภัตของพระสังฆาธิการนั้น ควรกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบอัตราให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อภาระงบประมาณของแผ่นดินในระยะยาว

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ยังย้ำด้วยว่า การพัฒนาวัดต้องดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน เนื่องจากวัดเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย “วัดเกิดก่อนชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรม” อีกทั้งวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางจิตใจ การศึกษา และกิจกรรมของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้น้อมรับโอวาทและข้อเสนอแนะทั้งหมด เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานด้านพระพุทธศาสนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำไปสู่ความมั่นคงและความเจริญของพระพุทธศาสนาในอนาคต

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง