วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 03:46 น.

การเมือง

"อ.เชน" จับมือกลาโหม! เดินเครื่อง "ไทยทำ กองทัพใช้" ยกเครื่องทุนวิจัยความมั่นคงทั้งระบบ ปั้น Startup ไทยผลิตของจริงระดับ Military Grade

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

"อ.เชน" จับมือกลาโหม! เดินเครื่อง "ไทยทำ กองทัพใช้" ยกเครื่องทุนวิจัยความมั่นคงทั้งระบบ ปั้น Startup ไทยผลิตของจริงระดับ Military Grade  ตั้งเป้า 4 ปี ลดพึ่งพาต่างชาติ เปลี่ยนงบความมั่นคงเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ พร้อมอัปเกรดกองทัพให้ก้าวล้ำ ทันสมัย และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกวิกฤต 

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย (THAIDEF-EX 2026) และประกาศบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงกลาโหม โดยจะบูรณาการงบประมาณวิจัยจาก วช., NIA และ สกสว. เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง "ระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศไทย" ให้เป็นรูปธรรมภายใน 4 ปี ท่ามกลางข้าราชการทหาร เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเข้าร่วมกว่าพันคน ซึ่งสาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุนทุนวิจัยด้านความมั่นคง จากหน่วยให้ทุน (Granting Agency) ที่มักตัดสิทธิ์โครงการที่ยังไม่พร้อม มาเป็นหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่ร่วมพัฒนาโครงการกับนักวิจัยจนสามารถส่งมอบผลงานได้จริง

โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า การพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องสามารถยืนหยัดได้บนลำแข้งของตัวเองในยามที่ประเทศเดือดร้อน ที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนมากที่มีความรู้ความสามารถ แต่กลับไม่ทราบว่าตนเองสามารถเข้ามาร่วมงานกับกระทรวงกลาโหมเพื่อช่วยปกป้องประเทศได้ ดังนั้น ภารกิจสำคัญที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 4 ปีนับจากนี้ คือการสร้าง "ระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศไทย"

ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามในยุคปัจจุบันว่า เมื่อพูดถึงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ภัยคุกคามจะมาใน 2 รูปแบบ คือ ภัยคุกคามทางกายภาพ (Physical War) และสงครามเทคโนโลยี (Tech War) พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า "สมมติวันนี้เราใช้โดรนที่ความถี่แบบนี้ แสดงว่าเรายึดโยงกับชิปตัวเดียวที่ใช้ความถี่ตรงนี้ได้ อยู่ดีๆ เกิดคนอื่นสามารถทำได้และแจมเรื่องนี้ได้ เครื่องของเราก็คือนอนนิ่งๆ แบบนี้เลย และในขณะเดียวกัน ถ้าเขาบอกว่าเกิดดิสรัปชันทางด้านแบตเตอรี่ ทำได้เบากว่าเรา ทำให้อยู่ได้นานกว่าเรา อยู่ได้นานก็ชนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องลงไปที่พื้นฐานเลยว่า ประเทศไทยเราพร้อมในเรื่องพื้นฐานตรงนี้มากน้อยแค่ไหน" ซึ่งหากประเทศไทยขาดความมั่นคงและอำนาจต่อรองในส่วนนี้ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (GDP) ให้เติบโต รัฐบาลจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) โดยยกระดับจากกลุ่ม Startup ที่เราทำกันมาร่วม 10 ปี สู่การเป็น Scale-up Company หรือบริษัทที่พร้อมใช้งานจริง โดยจะนำแนวคิดการใช้งานแบบสองทาง (Dual-use) มาเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่าง "โลกของเศรษฐกิจ" และ "โลกของความมั่นคง" เข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการทำงานระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงกลาโหม (โดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม) ที่จะบูรณาการงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ เช่น วช., NIA หรือ สกสว. เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนรูปแบบการให้ทุนจากการเป็นเพียงหน่วยงานให้เปล่า (Granting Agency) ที่มักจะตัดสิทธิ์โครงการที่ไม่พร้อม มาเป็นรูปแบบหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU - Program Management Unit)

"คำว่า PMU กับคำว่าที่ให้ทุนไม่เหมือนกัน ที่ให้ทุนคือให้มาแล้วเรากรอง แต่ PMU คือเราปั้นไปพร้อมๆ กับคนเขียน Proposal ถ้าเขายังไม่พร้อม เราก็พยายามทำให้เขาพร้อม... PMU จะช่วยให้คุณสามารถส่งงานได้" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว ซึ่งกลไกนี้จะช่วยให้นักวิจัยสามารถพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกองทัพได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

ในมิติของการพัฒนาเทคโนโลยี ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายว่า เทคโนโลยีสำหรับพลเรือนและพาณิชย์ กับเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็น AI, เซนเซอร์, ดาวเทียม, หุ่นยนต์, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้, แบตเตอรี่, การสื่อสาร 6G, เซมิคอนดักเตอร์ หรือโฟโตนิกส์ แท้จริงแล้ว "คือเรื่องเดียวกัน" สิ่งที่ต้องทำคือการยกระดับมาตรฐานจาก Medical Grade หรือ Industrial Grade ขึ้นไปสู่ Military Grade โดยได้ยกตัวอย่างโมเดลของ DARPA (หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ที่สร้างอินเทอร์เน็ตขึ้นมาใช้ในยามสงคราม ก่อนจะขยายผลมาใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งประเทศไทยก็สามารถทำในทิศทางกลับกันได้ คือการนำนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ไปประยุกต์ใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง

เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างแท้จริง จำเป็นต้องสร้าง "Ecosystem Platform" ที่เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัย โรงงาน หรือวิศวกรที่มีไอเดีย สามารถพูดคุยและนำเสนอผลงานต่อกองทัพได้โดยตรง โดยไม่ต้องกระเสือกกระสนไปหาการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ด้วยตนเอง

"เราอย่ามองอาวุธยุทโธปกรณ์เป็น 1 ชิ้น แต่ให้แยกออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วเราสามารถที่จะดูแลคนไทยได้หมด อุปกรณ์ที่โชว์อยู่ในงานนี้ ชิ้นส่วนที่เล็กที่สุดคืออะไร แล้วเราทำเองได้ไหม อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดเลย เราบอกว่าเราใช้ชิ้นส่วนจากประเทศไทย 70% อีก 30% คือสิ่งที่ไม่มั่นคงแล้วนะ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถทำอะไรเลยได้ แต่ถ้าเราไปยึดจุดที่ถ้าเรามีแล้ว เราสามารถไปเอาซัพพลายเชนที่อื่นเพื่อมาประกอบให้เป็น 100% อันนี้โอเค... ถ้าชิ้นนี้มีประเทศเดียว อันนั้นท่านเกิดความเสี่ยง" รองนายกฯ ย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบแบบ Modular และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างรัดกุม

ในด้านการระดมทุน บริษัทขนาดใหญ่อาจไม่กล้าลงทุนในองค์ความรู้ใหม่ๆ รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการ (Entrepreneur) และ Startup โดยดึงเม็ดเงินจาก VC (Venture Capital) หรือ Angel Fund เข้ามาช่วยขับเคลื่อน นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดทำ Defense Grand Challenge เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ หรือคนในพื้นที่ชายแดน เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา "เด็กคนหนึ่งที่อยู่ชายแดน อาจจะรู้ก็ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้ในบ้านเกิดของเขา แล้วพวกเราเป็นคนทำ"

ในช่วงท้าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรมป้องกันประเทศที่พัฒนาโดยสถาบันการศึกษาไทยไว้อย่างน่าสนใจมากมาย อาทิ ม.เทคโนโลยีมหานคร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, จุฬาฯ, ม.มหิดล และ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งมีครอบคลุมตั้งแต่ ระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ, หุ่นยนต์กู้ภัย, โดรน (UAV) ทั้งขนาดเล็ก 1 กิโลกรัมไปจนถึงขนาดใหญ่กว่า 10 กิโลกรัมที่สามารถติดอาวุธและหลบหลีกได้, ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone Jammer) หลายความถี่, ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการบุกรุกแนวชายแดนโดยไม่ต้องใช้คน, แบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับรถถัง, สถานีไฟฟ้าเคลื่อนที่ (Power Station), ชุดเกราะ, การนำเซลลูโลสจากฝ้ายไทยมาทำเป็นดินส่งกระสุน ไปจนถึงเครื่องกรองอากาศป้องกันก๊าซพิษ และระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้

"เราเป็นประเทศที่มีสถาบันหลัก เพราะฉะนั้นผมในฐานะรัฐมนตรี อว. รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กำลังคน เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประเทศไทยครับ" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง